นคู่ที่สวรรค์ส่งมาให้เป็นคู่กัน”
“เจ้าไม่พูดถึงยังดีหน่อย บัญชีนี้เปิ่นหวางควรจะคิดกับเจ้าอย่างไรดี? เจ้าถึงกับกล้าวางยาเปิ่นหวาง?”
หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าผู้บริสุทธิ์ “หม่อมฉันไม่ได้ทำเพคะ วางยาอันใดเพคะ?”
“เมื่อคืน เจ้ากล้าพูดว่าเจ้าไม่ได้ทำหรือ? “
“เมื่อคืนหม่อมฉันทำอะไรเพคะ?” หลินชิงเวยมีสีหน้างงงัน “อ้อ เมื่อคืนเซี่ยนอ๋องนัดพบหม่อมฉัน แต่ถูกน้องเสวี่ยหรงพบเห็นเข้า ท่านอ๋องทราบดีว่าหลินเสวี่ยหรงเกลียดชังหม่อมฉันเข้ากระดูกดำ มีหรือจะปล่อยให้หม่อมฉันไปพบท่านอ๋องได้? นางแย่งกระดาษที่ท่านอ๋องส่งมาให้หม่อมแล้วไปเสียเอง ต่อมาหม่อมฉันจึงกลับวังหลวงพร้อมกับเซ่อเจิ้งอ๋องเพคะ” พูดแล้วกล่าวอย่างครุ่นคิด “หรือเมื่อคืนยังเกิดเรื่องอันใดขึ้นอีก? เซี่ยนอ๋องถูกวางยาหรือเพคะ?”
เซียวอี้ยังคงสงสัยในตัวนางอยู่นั่นเอง “ไม่ใช่ฝีมือเจ้าจริงๆ?”
หลินชิงเวย “ท่านอ๋องต้องการให้หม่อมฉันสาบานหรือไม่เพคะ? หากหม่อมฉันทำอันใดต่อเซี่ยนอ๋อง ไม่กลัวว่าเซี่ยนอ๋องจะมาล้างแค้นหรือเพคะ? วางยาเซี่ยนอ๋องแล้วหม่อมฉันจะได้ประโยชน์อันใด?”
เช่นนั้นหรือเป็นหลินเสวี่ยหรงจริงๆ? หากพูดถึงเรื่องผลประโยชน์ แม้เรื่องนี้จะทำให้หลินเสวี่ยหรงเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่นางรู้ว่าตนรู้เรื่องเหล่านั้นของนางแล้ว นางกลัวว่าตนจะไม่ยินดีแต่งนางเข้ามาจึงได้แสดงละครฉากนี้? เพื่อให้ตนรับผิดชอบนางอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม?
เมื่อคิดเช่นน