ี้ก็มิใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ที่จริงแล้วเซียวอี้เพียงแต่หยั่งเชิงหลินชิงเวยแต่กลับไม่ได้อะไรคืบหน้า
เซียวอี้สังเกตสีหน้าผู้บริสุทธิ์ไร้พิษสงที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของหลินชิงเวยสามครั้งสามครา จึงก้าวถอยหลังและกล่าวว่า “ช่างเถิด ครั้งนี้เปิ่นหวางจะเชื่อเจ้า”
หลินชิงเวยไม่ใช่คนไร้เหตุผล ไม่ว่าเซียวอี้จะมาเยี่ยมเซียวเยี่ยนด้วยจุดประสงค์ใด อย่างไรเขาต้องการพบหน้าเซียวเยี่ยนให้ได้ หาไม่แล้วเขาย่อมไม่ยอมเลิกราซ้ำยังจะสร้างเรื่องวุ่นวายเพิ่มขึ้น หลินชิงเวยจึงเปิดประตูห้องให้เซียวอี้มองเห็นเซียวเยี่ยนเอนกายนอนอยู่บนเตียงอย่างชัดเจน
นางไม่มีทางเชื่อว่าเซียวอี้มาเพราะเป็นห่วงเซียวเยี่ยน
เซียวเยี่ยนเมียงมองสำรวจอยู่ชั่วครู่แล้วเดินออกไป
หลินชิงเวยมองเงาร่างของเขาที่เดินจากไป องครักษ์ผู้ติดตามเดินเข้ามายืนข้างกายโดยไร้สุ้มเสียงและกล่าวกับนางว่า “เซี่ยนอ๋องเป็นคนจิตใจไม่ดี มีใจปรารถนาตำแหน่งฮ่องเต้ เซ่อเจิ้งอ๋องพบมือสังหาร จะต้องเกี่ยวข้องกับเขาแน่นอน ข้าน้อยดูท่าทางเขาแล้วน่าจะมาดูให้แน่ใจว่าเซ่อเจิ้งอ๋องปลอดภัยดีหรือไม่กระมัง”
หลินชิงเวยมองเขาด้วยหางตาและกล่าวว่า “เจ้ามีหลักฐานอะไร?”
องครักษ์ผู้ติดตามตอบเสียงแข็ง “ไม่มีขอรับ”
“ไม่มีหลักฐานแล้วเจ้าจะมาพูดสุ่มสี่สุ่มห้าอะไรกัน?” หลินชิงเวยเขย่งปลายเท้ายกมือขึ้นดีดหน้าผากเขาครั้งหนึ่ง ท่าทางและการกระทำในชั่วพริบตานั้นดูเหมือนเด็กหญิงตัวน้อย แต่คำพูดที