ฉนเจ้าจึงรู้เล่า?”
ซินหรู “เพราะพี่สาวให้ข้ามาบอกกับท่านว่านางจะรักษาระยะห่างระหว่างนางและเซ่อเจิ้งอ๋องนี่นา ในเมื่อเป็นเช่นนี้ท่านยังจะมาที่นี่ทำไมกันเล่า ยังไม่รีบไปหาหมอหลวง?”
องครักษ์ “รบกวนเจ้าไปรายงานเหนียงเหนียงอีกครั้ง เช้าตรู่วันนี้ท่านอ๋องเริ่มตัวร้อน ต้องรบกวนเหนียงเหนียงเสด็จตำหนักอวี้หลิง” เซ่อเจิ้งอ๋องมีบัญชา เรื่องนี้ห้ามกระโตกกระตาก เรียกหมอหลวงจะเป็นการไม่ปลอดภัย ดังนั้นเขาจึงได้แต่ทำตัวหน้าหนามาหาหลินชิงเวย อีกทั้งวิชาแพทย์ของหลินชิงเวยเก่งกาจกว่าหมอหลวง เรื่องนี้เขาย่อมรู้ดี
“เช่นนั้นอย่างน้อยท่านก็ต้องก้มหน้ายอมรับผิดจึงจะใช้ได้”
แม้ในใจขององครักษ์ผู้ติดตามจะไม่ยินดีนัก แต่เซ่อเจิ้งอ๋องรอไม่ได้ เขาจึงกล่าวขอขมาเสียงดังด้านนอกประตูนั้นเอง หลินชิงเวยตื่นแล้วหลังจากสางผมเรียบร้อยนางก็นั่งอยู่ข้างหน้าต่าง สีหน้าผ่อนคลาย ซินหรูพูดอยู่ข้างกายว่า “พี่สาว พี่ชายคนนั้นขอขมาแล้วเจ้าค่ะ ไม่สู้ท่านออกไปดูหน่อยเถิด หากเกิดเรื่องขึ้นกับเซ่อเจิ้งอ๋องจริงๆ ละเจ้าคะ?”
หลินชิงเวย “วางใจ ต่อให้เขาไม่มา ข้าก็ต้องไปดู ข้าคำนวณดูแล้วใกล้จะได้เวลาแล้ว”
เมื่อหลินชิงเวยเปิดประตูออกมา องครักษ์ผู้ติดตามเห็นสีหน้าที่ผ่อนคลายลงบ้างแล้วของนางรอกระทั่งนางเดินผ่านหน้าตน องครักษ์กลับกล่าวเสียงเย็นว่า “เจาอี๋เหนียงเหนียงพูดได้แม่นยำนัก เช้าตรู่วันนี้เซ่อเจิ้งอ๋องมีอาการตัวร้อน หากมิใช่ด้วยเหนียง