องมาไม่ทัน เสวี่ยหรงได้แต่กลัวว่าจะถูกข่มเหงจนเป็นอย่างไรแล้ว…”
“ถูกรังแกจนเป็นอย่างไรแล้วหรือไม่?” เซียวอี้หัวเราะ สีหน้าของเขาไม่เกินจริงอย่างเมื่อสักครู่ เขาปล่อยหลินเสวี่ยหรง รอยยิ้มนั้นดูเย็นชาเล็กน้อย “เมื่อสักครู่คำพูดเหล่านั้นไม่เพียงเซ่อเจิ้งอ๋องที่ได้ยิน เปิ่นหวางเองก็ได้ยินหมดแล้วเช่นกัน”
ทั้งๆ ที่เขาล่วงรู้ความจริง แต่ยังคงเลือกที่จะปกป้องหลินเสวี่ยหรงด้วยไม่ต้องการให้หลินเสวี่ยหลงต้องอับอายเกินไปโดยการหาทางลงให้นางก้าวลงมา
เวลานี้คนไปหมดแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องแสดงละครอีกต่อไป
“ข้าไม่ได้ทำ…” หลินเสวี่ยหรงหน้าซีดเผือด นางส่ายหน้าคิดจะอธิบายอะไร แต่เมื่อตกอยู่ภายใต้สายตาจับจ้องของเซียวอี้กลับทำให้นางสั่นสะท้านได้มากกว่าอยู่ต่อหน้าเซ่อเจิ้งอ๋อง ราวกับมีมือข้างหนึ่งบีบเค้นหัวใจของนางทำให้หัวใจของนางหยุดเต้นได้ตลอดเวลา
สายตาของเซียวอี้ก้ำกึ่งระหว่างหยอกเย้าและจริงจัง เขากล่าวว่า “เมื่อก่อนเปิ่นหวางยังคิดว่าลูกไม้เล็กๆ น้อยๆ ของเจ้าล้วนเป็นการแสดงความฉลาดเฉลียวเล็กน้อย ทว่ายามนี้ดูแล้วล้วนเป็นการกระทำโง่เขลาอย่างที่สุด”
ราวกับการประมือกันในค่ำคืนนั้นและการพบกันใต้ดอกไห่ถัง ทำให้เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่เขาปล่อยหลินชิงเวยไปแล้วเลือกเก็บหลินเสวี่ยหรงเอาไว้
เดิมทีเขาไม่ได้ถือคำพูดที่หลินชิงเวยพูดด้วยความร้อนรนในวังเป็นเรื่องจริงจัง แต่วันนี้ได้ยินหลินเสวี่ยหรงยอมรับกับหูตนเองเช่