นนี้ เขากลับรู้สึกว่าเป็นหนามยอกอก
เซียวอี้ในอดีตจะมีท่าทีเช่นนี้ได้อย่างไร ทั้งๆ ที่เขารู้ดีว่าตนทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากมายเพียงใดเพื่อที่จะเป็นคุณหนูสายตรงของจวนมหาเสนาบดี เขาไม่เคยใส่ใจว่านางจะใช้วิธีการใด ด้วยนางรู้ว่ามีเพียงทำเช่นนั้นนางจึงจะเหมาะสมคู่ควรกับเขา ทว่าเวลานี้นางกำลังจะทำสำเร็จแล้ว เหตุใดเขากลับมีท่าทีเช่นนี้เล่า?
หลินชิงเวยและเซียวเยี่ยนคนหนึ่งเดินอยู่ข้างหน้าอีกคนหนึ่งเดินตามมาข้างหลัง หลินชิงเวยที่เดินเอามือไพล่หลังพลันหันกลับหลังมามองเขา “เมื่อสักครู่ท่านเห็นหมดแล้ว วันนี้หากข้าไม่ทำให้นางต้องร่ำไห้สักหนคงเป็นการผิดต่อตัวเองที่ต้องเดินทางออกมาไกลเช่นนี้ อย่างไร ท่านและข้าวันนี้จะลืมเลือนเรื่องราวในอดีตหรือไม่?”
เซียวเยี่ยนกล่าวเสียงทุ้มต่ำ “เจ้าคิดจะทำอย่างไร?”
หลินชิงเวยอมยิ้มและกล่าวว่า “บนใบหน้าของเซ่อเจิ้งอ๋องในเวลานี้เขียนตัวอักษรตัวใหญ่ๆ สองตัวว่า “หวั่นไหว” ท่านไม่ได้ปฏิเสธข้าก็เท่ากับรับปาก ท่านไม่ต้องทำอันใดทั้งสิ้นเพียงท่านให้ความร่วมมือกับข้าอย่างเต็มที่เป็นพอ”
เซียวเยี่ยนเอ่ยวาจาตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม “เจ้าคิดจะให้เปิ่นหวางร่วมมือกับเจ้าอย่างไร?”
“รู้แต่ทำเป็นไม่รู้ เห็นแต่ทำเป็นไม่เห็น นั่นถือเป็นความร่วมมืออย่างที่สุดสำหรับข้าแล้ว” นางหยิบยาลูกกลอนออกมาเม็ดหนึ่ง “มา กินเจ้าสิ่งนี้เข้าไปก่อน”
เซียวเยี่ยนมองนางแวบหนึ่งแล้วหยิบยาเม็ดนั้นส่งเข้าปากตนเ