ินเสวี่ยหรง ยามนี้มีบทบาทอยู่ในจวนราวกับเป็นประมุขฝ่ายหญิง นางดูแลทุกสิ่งทุกอย่างในจวนอย่างมิขาดตกบกพร่อง
เดิมทีหลินชิงเวยไม่มีความรู้สึกอันใดต่อสถานที่แห่งนี้ กระทั่งนางเงยหน้าขึ้นเห็นสตรีกลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้าตรงเข้ามา หลินชิงเวยหรี่ตามองเห็นหลินเสวี่ยหรงเดินนำมาอย่างชัดเจน และมีสตรีออกเรือนแล้วคนหนึ่งผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงหลินเสวี่ยหรงอยู่หลายส่วน หางตาของหลินชิงเวยชี้ขึ้นเล็กน้อยปรากฏให้เห็นความเจ้าเล่ห์แสนกล รอยยิ้มบนใบหน้างดงามจับตาจับใจผู้คน ดูแล้วราวกับนางกำลังเบิกบานใจไม่เลว
หลินชิงเวยกล่าวขึ้นกับเซียวเยี่ยนด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินเพียงสองคน “เมื่อสักครู่ขณะลงจากรถม้า ท่านดูเหมือนจะมีคำพูดจะกล่าวกับหม่อมฉัน”
“ไม่มี” เซียวเยี่ยนตอบตรงไปตรงมา
รอยยิ้มของหลินชิงเวยกดลึกขึ้นอีก “จริงหรือ ทว่าเมื่อสักครู่สายตาของท่านมองเบื้องล่าง ท่านเม้มริมฝีปากครู่หนึ่ง ชัดเจนยิ่งนักว่าท่านรู้สึกผิดต่อหม่อมฉันและมีความคิดจะรับผิดชอบ”
“…” ดูเหมือนหลินชิงเวยคนก่อนจะกลับมาอีกครั้ง เซียวเยี่ยนพลันมีความรู้สึกชนิดหนึ่ง อีกทั้งเขาพบว่าความรู้สึกชนิดนี้…ดูเหมือนจะไม่เลวเลยทีเดียว
หลินชิงเวยกล่าวเสริมอีกว่า “หากคิดจะให้เซ่อเจิ้งอ๋องก้มหน้ายอมรับผิดต่อเจาอี๋เล็กๆ คนหนึ่งเช่นหม่อมฉัน หม่อมฉันยังไม่ได้ไร้เดียงสาถึงเพียงนั้น แต่อีกประเดี๋ยวมีวิธีที่จะชดเชยความรู้สึกผิดในใจของท่านได้ วันนี้หากท่านให้ความร่วมมื