กาสเพียงน้อยนิดก็ยังต้องคิดหาวิธีการเพื่อให้ตนเข้าไปอยู่ในคลองจักษุของเซ่อเจิ้งอ๋องให้ได้ ไม่ลองดูจะรู้ได้อย่างไรว่าไม่ได้ เกิดทำสำเร็จขึ้นมาเล่า
จ้าวซื่อดึงหลินเสวี่ยหรงเข้ามาอยู่เบื้องหน้าหลินชิงเวย อีกทั้งยังกุมมือของหลินชิงเวยอย่างสนิทชิดเชื้อ นางตบหลังมือกล่าวว่า “ชิงเวย เจ้ากลับมาได้ ป้าสะใภ้ดีใจยิ่ง เจ้าอาศัยอยู่ในวังหลวงมีชีวิตที่ดีกระมัง?”
หลินชิงเวยกล่าวยิ้มๆ “ป้าสะใภ้พูดเช่นนี้ช่างไร้มารยาทยิ่งนัก หากข้ากล่าวว่าข้ามีชีวิตที่ไม่ดี ป้าสะใภ้จะเข้าไปในวังเพื่อสร้างความยุ่งยากหรือ?” นางมองไปทางหลินเสวี่ยหรงและกล่าวว่า “ไม่เจอกันหลายวัน น้องสาวยิ่งงดงามขึ้นอีกจริงๆ ราวกับบุปผาที่เพิ่งผุดขึ้นเหนือน้ำ เกรงว่าบรรดาบุรุษที่หมายตาจะแต่งน้องสาวเข้าเรือนคงจะย่ำประตูจวนจนแทบสึกแล้วกระมัง น้องสาวมีคนที่ชมชอบแล้วหรือไม่?”
ทันที่เอ่ยวาจาหลินชิงเวยก็ใช้วาจาพุ่งตรงมาเช่นนี้ บรรยากาศจึงเปลี่ยนเป็นประดักประเดิดในชั่วพริบตา สีหน้าของหลินเสวี่ยหรงเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก นางคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าหลินชิงเวยจะถึงกับออกมาจากตำหนักเย็นได้ ออกมาแล้วก็ช่างเถิดทว่ายามนี้นางกลับเดินเคียงบ่าเคียงไหล่มาพร้อมกับเซ่อเจิ้งอ๋อง
นางต้องการกลับมาประกาศศักดากระมัง
ไม่รอให้สองแม่ลูกตอบคำ ไม่รู้ว่าเป็นฮูหยินของเรือนใดที่อยู่ด้านหลังท่านหนึ่งตอบคำ “เมื่อสักครู่ทุกคนยังสนทนาเรื่องนี้อยู่ คุณหนูรองรูปโฉมงดงาม มากความสามาร