ิงเวยมองร่างกายของเขานั้นเขาไม่ถือสา แต่บัดนี้ยังพาคนมาดูเพิ่มอีกหนึ่งคน เขาจึงกล่าวขึ้นว่า “ชิงเวย เจิ้นไม่เคยชิน เจ้าอยู่ฝังเข็มให้เจิ้นเพียงลำพังเถิด”
หลินชิงเวยกล่าว “ซินหรูเป็นเด็กถือล่วมยาของหม่อมฉัน ต่อไปขอเพียงหม่อมฉันมาถวายการรักษาแก่ฝ่าบาท นางก็จะอยู่ด้วยเสมอเพคะ” ดูเหมือนนางจะไม่เหลือช่องว่างให้เซียวจิ่นปฏิเสธ
ส่วนซินหรูนั้นนางผ่านการฝึกฝนมาเป็นเวลาหลายวัน แม้จะไม่แตกฉานในวิชาการแพทย์ แต่ถือได้ว่านางได้ก้าวเข้าสู่อาชีพนี้แล้ว การอยู่ช่วยเป็นลูกมือของหลินชิงเวยไม่ใช่สำหรับนางปัญหาแม้แต่น้อย
ทันทีที่หลินชิงเวยยกมือขึ้น ซินหรูจะพิจารณาตำแหน่งชีพจรบนร่างกายของเซียวจิ่นพร้อมหยิบเข็มเงินที่มีความเหมาะสมกับชีพจรนั้นๆ ขึ้นมาฆ่าเชื้อกับเปลวไฟแล้วจึงวางลงบนมือของหลินชิงเวย หลินชิงเวยไม่ต้องหยิบเข็มเงินและฆ่าเชื้อด้วยตนเอง เวลาที่ใช้จึงสั้นกว่ายามปกติถึงครึ่งหนึ่ง
เซียวจิ่นไม่ได้พูดจาอันใดกับหลินชิงเวยนัก ทันที่ที่ร่างกายเกิดปฏิกิริยาตอบสนอง เขาก็เอียงศีรษะอาเจียนโลหิตออกมาคำหนึ่ง
แต่การอาเจียนครั้งนี้เมื่อเทียบกับครั้งแรก สีของโลหิตเป็นสีแดงสดไม่ใช่แดงคล้ำ
ขณะที่หลินชิงเวยดึงเข็มเงินกลับมานางกล่าวขึ้นว่า “ซินหรู เจ้าทำได้ดียิ่งนัก หยิบผ้าขนหนูร้อนๆ มา” ซินหรูใช้ผ้าขนหนูร้อนๆ นั้นนวดคลึงให้กับจุดชีพจรที่หลินชิงเวยดึงเข็มเงินกลับมา
กระแสเลือดจึงไหลเวียนอย่างดียิ่ง อีกทั้งยังให้ความร