ื่องราวที่ไม่อาจพบหน้าผู้คนได้มีมากมายยิ่งนัก ท่านคิดว่าข้าเห็นอะไรแล้วก็จะเอาไปพูดหรือไร ท่านนับเป็นใครกัน?”
บุรุษผู้นั้นหรี่ตาลง สายตาที่มองนางนั้นดูน่าสนใจขึ้น
หลินชิงเวยเดินอ้อมตัวเขา มุ่งหน้าเดินต่อไป เขากลับแนบร่างเข้ามา ไม่ใส่ใจว่าจะโอบร่างของหลินชิงเวยเข้าไปในอ้อมอกของตนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าข้างจอนผมหลินชิงเวย “ชิงเวย เจ้าจำข้าไม่ได้แล้ว หืม?”
หลินชิงเวยเต็มไปด้วยความสะอิดสะเอียน นางเกร็งร่างสุดฤทธิ์ “ข้ารบกวนให้ท่านไสหัวออกห่างไปสักหน่อยได้หรือไม่ ข้าไม่สนใจว่าท่านเป็นใคร!”
บุรุษหัวเราะเสียงเกียจคร้าน “เจ้าออกมาจากตำหนักเย็นได้อย่างไร? ข้าได้ยินว่าข้างกายฝ่าบาทมีท่านหมอเพิ่มมาอีกหนึ่งคน เป็นเจ้าใช่หรือไม่?”
ในเมื่อเขาถามเช่นนี้แล้ว พิสูจน์ว่าเขาได้สอบถามเรื่องราวมาแล้ว นางถวายการรักษาข้างกายฮ่องเต้ นี่ไม่ใช่ความลับอะไรแต่เป็นเรื่องที่ทุกคนภายในตำหนักในต่างรู้ดี
หลินชิงเวยหมดความอดทนต่อพฤติกรรมล่วงเกินตนของเขา จึงกล่าวอย่างหงุดหงิดว่า “เป็นมารดาของท่าน! มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องมารดาท่านด้วยเล่า!”
บุรุษตกตะลึง ชัดเจนยิ่งนักว่าเขาคาดไม่ถึงว่าหลินชิงเวยจะกล่าววาจาหยาบคายเช่นนี้ออกมาได้ ต่อมาหลินชิงเวยฉวยโอกาสที่เขากำลังงงงัน ยกมือขึ้นจับแขนของเขา ขาข้างหลังกวาดตวัดขาของเขาทั้งคู่ ล้มร่างเขาข้ามไหล่ลงได้อย่างสวยงาม
บุรุษคนนี้เมื่อหงายลงบนพื้นก็ยังให้ความรู้สึกเจ้าชู้ประตูดิน