ึงกล่องผ้าแพรสีทองกล่องหนึ่ง
หลินชิงเวยมืออยู่ไม่สุขเปิดกล่องผ้าแพรนั้นออกดู เป็นของดีโดยแท้ ข้างในเป็นตราประทับหยกที่มีลวดลายมังกรพันเกี่ยวชิ้นหนึ่ง นี่น่าจะเป็นตราประทับหยก พระราชลัญจกรของแผ่นดินกระมัง นางเพิ่งจะยื่นมือออกไปลูบๆ คลำๆ ตราประทับหยกชิ้นนั้น ให้ความรู้สึกเย็นลื่นมือ เนื้อหยกนั้นทั้งงดงามและโปร่งแสง ช่างเป็นหยกคุณภาพชั้นดีที่หาได้ยาก
ไม่รอให้นางหยิบตราประทับหยกชิ้นนั้นขึ้นมา เซียวเยี่ยนที่ยืนอยู่ด้านข้างพลันกล่าวเสียงหนักว่า “เจ้าลองลูบดูอีกครั้ง ไม่กลัวว่าจะถูกตัดมือหรือไร?”
หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นมองเซียวเยี่ยน “ข้าจับไม่ได้หรือไร? เช่นนั้นข้าจะลูบอีกครั้ง” จากนั้นนางจึงลูบตราประทับหยกชิ้นนั้นต่อหน้าเซียวเยี่ยนอีกครั้งด้วยกริยาท้าทายอย่างที่สุด
เซียวเยี่ยนถูกนางกวนโทสะเสียจนจะแทบจะเป็นอัมพาต
ต่อมาขณะที่เซียวเยี่ยนกำลังสะสางฎีกาบนโต๊ะหนังสือ หลินชิงเวยจึงลูบๆ คลำๆ สิ่งของในห้องทรงพระอักษรทุกชิ้นไม่ว่าชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ สิ่งของที่อยู่ในห้องนี้ล้วนเป็นสิ่งของล้ำค่าทั้งสิ้น นำมาประดับตกแต่งห้องทรงพระอักษร ทำให้ห้องทรงพระอักษรดูไปแล้วมีลักษณะคล้ายกับพิพิธภัณฑ์เล็กๆ แห่งหนึ่ง คิดดูแล้วต้องมีคนมาเช็ดถูที่นี่ทุกวัน ปลายนิ้วของนางที่ลูบไล้สิ่งของเหล่านี้ไม่มีแม้ฝุ่นละอองสักกระผีก
รอกระทั่งเซียวเยี่ยนสะสางงานเรียบร้อย หลินชิงเวยเองก็เดินกลับมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเขา มองฎีกาสองกองตร