!”
หลินชิงเวยและซินหรูยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นไม่เคลื่อนไหว
ต่อมา หมอหลวงรีบรุดมาถึงตำหนักคุนเหอ เขามาถึงได้ไม่นานข้างนอกกลับมีเสียงขานขึ้นว่า “ฝ่าบาทเสด็จ—เซ่อเจิ้งอ๋องเสด็จ–”
สีหน้าของไทเฮาเปลี่ยนไปทันที นางส่งสายตาเป็นสัญญาณให้กับนางกำนัลในตำหนัก เหล่านางกำนัลจึงรีบเก็บไม้กระบองที่นำมาลงทัณฑ์หลินชิงเวยและซินหรูแล้วถอยออกไปอย่างรวดเร็ว
สายตาของซินหรูที่มองหลินชิงเวยนั้นทั้งเจ็บปวดทั้งอ่อนแรง หลินชิงเวยรู้สึกผิดในใจอยู่บ้างจึงยิ้มกับนางอย่างอ่อนโยน
ดูเหมือนซินหรูมาติดตามนางก็ไม่ได้มีชีวิตที่ดีกว่าเมื่อก่อนนัก ซ้ำยังต้องมาประสบเคราะห์กรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ต่อมาไทเฮาจึงลุกขึ้นเพื่อออกไปต้อนรับ มือทั้งคู่ประสานกันอยู่บริเวณเอวและหน้าท้อง นางเดินลงมาจากที่ประทับด้วยท่าทีอันสง่างาม เมื่อเดินผ่านหลินชิงเวยร่างนั้นชะงักเล็กน้อย สายตาที่เหลือบมองลงมานั้นเป็นสายตาของสตรีใจคอโหดเหี้ยมอำมะหิตนางหนึ่ง ราวกับกำลังบอกกับหลินชิงเวยว่า—เสาหลักนี้ยิ่งใหญ่เพียงพอ
ไทเฮาร้องฮึเสียงเย็นขึ้นครั้งหนึ่งแล้วจึงเดินผ่านร่างของหลินชิงเวยไปยังประตูหน้าของตำหนัก
ด้านนอก เซียวจิ่นและเซียวเยี่ยนกำลังเดินผ่านประตูใหญ่ของตำหนักคุนเหอเข้ามาช้าๆ เพียงแต่เซียวจิ่นเดินไม่ได้จึงนั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็น มีเซียวเยี่ยนเป็นผู้เข็นเก้าอี้ตัวนั้น สีหน้าของเขาราวกับหยกสลัก คมเข้มองอาจ แม้สีหน้าจะไม่อาจปิดบังความซีดเผือดเอาไว้ได้ แ