ต่ดูไปแล้วกลับสดใสขึ้นมากทีเดียว
ไทเฮาเดินเข้ามาด้วยตัวเอง รับเก้าอี้รถเข็นมาจากมือของเซียวเยี่ยน แล้วเข็นเข้าไปในเรือนช้าๆ “ฝ่าบาทเพิ่งจะฟื้นขึ้น ไฉนไม่พักผ่อนอยู่ในตำหนักเล่า ไฉนจึงเสด็จมาที่เปิ่นกงรวดเร็วเช่นนี้?”
เซียวจิ่นกล่าว “เจิ้นนอนหลับใหลไม่ได้สติมาหลายวันจึงไม่ได้มาถวายพระพรเสด็จแม่ เวลานี้ตื่นขึ้นแล้วจึงออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ ย่อมส่งผลดีต่อร่างกาย”
ใบหน้าแข็งเกร็งของไทเฮาหัวเราะออกมาสองครั้งแล้วปล่อยให้ผ่านไปอย่างฝืนๆ
เซียวจิ่นกล่าวอีกว่า “เจิ้นได้ยินว่าหลินเฟยผู้ถวายการรักษาเจิ้นเมื่อวานนี้อยู่กับเสด็จแม่ที่นี่?”
สีหน้าของไทเฮาไม่น่าดูอยู่บ้างขณะตรัสว่า “นางอยู่ในตำหนักของเปิ่นกงจริงๆ”
“เช่นนั้น ไฉนไม่เห็นนางออกมาเล่า?”
น้ำเสียงของไทเฮาเย็นชาลงเล็กน้อย “ก่อนหน้านี้หลินซื่อถูกส่งตัวเข้าไปอยู่ในตำหนักเย็น เมื่อวานเพิ่งจะออกมานางก็ผลักจ้าวกุ้ยเหรินตกน้ำ เมื่อคืนเปิ่นกงจึงนำตัวหลินซื่อมายังตำหนักคุนเหอเพื่อให้นางได้สำนึกผิด ไหนเลยจะคาดคิดว่านอกจากนางไม่ปรับปรุงตัวแล้วยังมีความประพฤติเลวร้ายลงกว่าเมื่อก่อนอีกถึงกับสังหารหมัวมัวคนสนิทของเปิ่นกง!”
เซียวจิ่นขมวดคิ้ว เขาตื่นตะลึงเล็กน้อย “ยังมีเรื่องเช่นนี้? เช่นนั้นเสด็จแม่เรียกตัวหมอหลวงมาเพื่อทำการใดอีกเล่า?”
ไทเฮาหรี่ตาลงและกล่าวว่า “หลินซื่อเจ้าเล่ห์สับปลับยิ่งนัก เปิ่นกงจึงให้หมอหลวงมาพิสูจน์สาเหตุการตายของหรงหมัวมัว ดูว่