านางยังจะพูดอะไรได้อีก” นางปรับสีหน้าให้อ่อนโยนลงกล่าวว่า “จิ่นเอ๋อร์ อาการป่วยของเจ้าเพิ่งจะกระเตื้องขึ้นไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูสิ่งของสกปรกเหล่านั้น ไม่สู้รออยู่ด้านนอกนี้กระมัง เปิ่นกงไม่มีทางให้ร้ายคนดี และไม่มีทางเมตตาคนชั่ว”
เซียวจิ่นกลับกล่าวว่า “เสด็จแม่ไม่ต้องกังวล เกิด แก่ เจ็บ ตาย ล้วนเป็นเรื่องธรรมดา เจิ้นเจ็บป่วยมานาน มีประสบการณ์อยู่บ้าง เจิ้นเข้าไปพร้อมเสด็จแม่ก็แล้วกัน”
ไทเฮาหันไปมองเซียวเยี่ยนที่ยืนอยู่ด้านข้าง เซียวเยี่ยนไม่เอ่ยอะไรแม้แต่ประโยคเดียว สีหน้าไม่ปรากฏอารมณ์และความรู้สึก ไทเฮาได้แต่เข็นเซียนจิ่นเข้าไปพร้อมกันอย่างจนใจ เซียวเยี่ยนตามมาข้างหลัง เข้าไปในห้องโถงใหญ่
หลินชิงเวยและซินหรูคุกเข่าอยู่ด้านข้าง แสงสว่างจากช่องประตูแปรเปลี่ยนด้วยมีเงามืดทาบทับ หลินชิงเวยรู้ว่ามีคนเข้ามาแล้วแต่นางกลับไม่ได้เงยหน้าขึ้นและไม่ได้ช้อนตาขึ้นมอง
ดวงหน้าและดวงตาทั้งคู่ของนางที่ก้มลงครึ่งๆ นั้นสงบนิ่ง บาดแผลที่ปรากฏตามร่างกายนั้นชัดเจนยิ่งยวด กระโปรงผ้าฝ้ายของนางเต็มไปด้วยรอยเลือด ร่องรอยการถูกเฆี่ยนตีอย่างโหดเหี้ยมปรากฏชัดเจนเป็นทางยาวมาถึงบริเวณลำคอระหงของนาง
สายตาของเซียวเยี่ยนหม่นลง ทว่าไม่ได้แสดงออกอะไร
เขาและเซียวจิ่นประทับนั่งลง
เซียวจิ่นมองหลินชิงเวย เขาไม่รู้สึกคุ้นเคยกับหลินชิงเวย สตรีนางนี้เป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่งสำหรับเขา เขารู้เพียงว่านางเป็นนางสนมที่ตนแต่งเข้ามาเพ