ทั้งสิ้น
หลินชิงเวยยังไม่ทันได้ถามเด็กน้อยว่าเป็นอะไรหรือไม่ เด็กน้อยคนนั้นกัดฟันแล้วหันหน้าวิ่งออกไป ราวกับนางเป็นเชื้อโรคร้ายแรงอย่างไรอย่างนั้น
หลินชิงเวยมองตามเงาร่างเล็กๆ ของเด็กน้อยที่วิ่งจากไป จากนั้นค่อยๆ ถอนสายตากลับมาหยิบถาดไม้ที่อยู่ข้างบ่อน้ำแล้วตักน้ำถาดหนึ่งเดินกลับไป แขนของนางยังอ่อนแรงอยู่บ้าง มือที่ประคองถาดไม้กลับไปนั้นสั่นสะท้านเบาๆ
โชคดีที่สตรีที่อาศัยอยู่ที่นี่ล้วนเป็นคนรูปร่างผอมบางราวกับกิ่งไผ่ หาไม่แล้วด้วยพละกำลังของสตรีเมื่อสักครู่ นางไม่แน่ใจว่านางจะทุ่มอีกฝ่ายได้ลงหรือไม่ แม้นางจะเคยฝึกยูโดมาก่อน แต่ก็ต้องอยู่ภายในเงื่อนไขที่ร่างกายเล็กๆ นี้มีเรี่ยวแรงและความแข็งแกร่งมากพอ
กลางวันผ่านไป หลินชิงเวยมองดูบาดแผลถลอกที่แขนของตน เป็นรอยแดงและบวมเห่อ นางคิดได้ว่าในยามปกติในตำหนักเย็นไม่มีคนมาดูแลทำความสะอาดเรื่องต้นหญ้าวัชพืชที่ขึ้นตามกำแพง มีหญ้าบางชนิดที่ขึ้นและพบเห็นได้ทั่วไปมีสรรพคุณลดบวมและบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ ดังนั้นนางจึงออกจากเรือนของตน แล้วมุ่งหน้าสู่พื้นที่อีกมุมหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้านานาชนิด
ขณะที่นางกำลังย่อกายลงไปในมุมกำแพงด้านหนึ่ง เวลานี้เองมีหญิงสาวสองคนเดินผ่านพร้อมกับสนทนากัน พวกนางไม่พบเห็นนาง “ได้ยินว่านางเด็กต่ำช้านั่นวันนี้ไปช่วยหญิงสำส่อนคนนั้นออกมา เวลานี้กำลังถูกตีอย่างน่าเวทนา”
คิ้วของหลินชิงเวยกระตุก นางหันไปมองเงาร่างของคนท