พอพูดจบพลันเห็นบุรุษวัยกลางคน เเต่งตัวดูดีมีฐานะ สีหน้าเรียบเฉยเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า
“มาเเล้วๆ เจ้าก็รีบถอยไปด้านหลังเลย” ผู้อาวุโสผู้นี้พลางดึงฉางกวงไปยังด้านหลัง ส่วนคนอื่นๆ ก็ตั้งเเถวเป็นระเบียบ ทั้ง 2 ฝั่งให้แขกกิตติมศักดิ์เดินเข้ามา เเขกผู้นั้นเหลือบมองฉางกวงเล็กน้อย พลันหันกลับไปอย่างรวดเร็ว คล้ายไม่แยแส
“ทำไมข้ารู้สึกว่าเเขกผู้นี้ดูคุ้นเคยไม่น้อย คล้ายได้เจอกันมาก่อน” หันไปสบตากับเเขกผู้นี้
พอฉางกวงเลิกสบตากันก็คิดว่า คงคิดไปเองมั้ง นึกไม่ออกเลยว่าเคยเจอคนลักษณะนี้ด้วย
จึงเดินเข้าไปยังห้องบรรยายดั่งปกติ เเต่ก็สะดุ้งโหยงตอนที่ได้เห็นเงาที่เพิ่งเห็นเมื่อกี้ยืนอยู่ข้างๆอาจารย์ที่สอนตนอย่างเท่าเทียม เเต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าอาจารย์มีอาการเกร็งๆ ดูประหม่าเล็กน้อย
“เอาหล่ะ พวกเจ้าทั้งหลาย ข้าขอเเนะนำ ผู้อาวุโสผู้นี้คือ แขกกิตติมศักดิ์ของพวกเรา”
อาจารย์หันไปด้านข้าง พลางเชื้อเชิญให้แขกกิตติมศักดิ์อย่างเคารพยิ่งยวด
ชายวัยกลางคนผู้นี้พลันเดินขึ้นหน้ามา 1 ก้าว
“พวกเจ้าไม่ต้องสนในข้ามาก คิดซะว่าข้าเเค่ผู้สังเกตการณ์ก็เท่านั้น”
น้ำเสียงเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์นึกคิดอันใด