ิ้งหยาอยากสืบเรื่องนี้ แต่นางรู้ดีว่าต่อให้ร้อนใจไปก็ไม่ได้อะไร
“ช่างเถิด หากท่านจำไม่ได้ก็อย่าเพิ่งทรมานตัวเองเลย การที่พวกเขากล้าลงมือกับท่าน แสดงว่าพวกเขาต้องวางแผนมาอย่างดีแล้ว อีกอย่างก่อนนี้จวนอวี้ย่อมต้องมีคนสอดแนมเข้ามาปะปนอยู่อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้จวนอวี้มีการป้องกันอย่างแน่นหนา ดังนั้นท่านย่อมปลอดภัยแล้ว”
หลินเมิ้งหยาปลอบโยนอาจารย์ของตนเอง นางเคยถามหลงเทียนอวี้แล้วว่าเพราะเหตุใดจึงต้องคุมขังป๋ายหลี่รุ่ย อันที่จริงนอกจากต้องการใช้ประโยชน์จากเขาแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการปกป้องเขา
ไม่รู้ว่าคนด้านนอกนั้นอยากใช้งานปรมาจารย์ด้านยาพิษเช่นเขามากมายเท่าไร
ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่เสนอให้คุมขังเขาเอาไว้ยังเป็นป๋ายหลี่อู๋เฉิน
ทุกวันนี้แม้จะมีคนคอยเฝ้าอยู่ทางด้านนอก แต่หากป๋ายหลี่รุ่ยต้องการ เช่นนั้นเขาสามารถออกไปได้ทุกเมื่อ
ทว่าห้องศิลาแห่งนี้มีทั้งอาหารและน้ำให้ ยิ่งไปกว่านั้นยังเหมาะแก่การศึกษาพิษตามความต้องการของเขา บางทีสถานที่เช่นนี้อาจเหมาะกับเขามากกว่าก็ได้
“ข้าเป็นเพียงตาเฒ่าคนหนึ่ง ความตายหาใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป เมิ้งหยา มือขวาของเจ้ามีปัญหาใช่หรือไม่ ? มานี่เถิด ข้าจะช่วยตรวจอาการให้”
สายต