กเขาสองพี่น้องทำให้คนมองอดขำไม่ได้
“เอาล่ะ เอาล่ะ กินข้าวได้”
หลินเมิ้งหยารีบเอ่ยทำลายบรรยากาศ หากยังปล่อยให้พวกเขาสนทนาด้วยท่าทางเช่นนี้ต่อไป เกรงว่านางคงปวดหัวไม่น้อย
เหตุเพราะเป็นองค์ชาย มารยาทบนโต๊ะอาหารของหลงเทียนอวี้และหลงอิงฮวาจึงไร้ข้อบกพร่อง
นอกจากเสียงตะเกียบและชามข้าวแล้วก็แทบไม่มีเสียงอื่นใดอีก
หลงอิงฮวาชื่นชอบลูกชิ้นกุ้งเปรี้ยวหวานที่นางสั่งให้ทำเป็นพิเศษ รสชาติเปรี้ยวหวานทำให้เขารู้สึกอยากอาหาร เนื้อกุ้งเองก็ย่อยง่ายเช่นเดียวกัน
หลินเมิ้งหยามองท่าทางดีใจของเขา
แต่เขากินได้เพียงครึ่งเดียว สีหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยว
“ตึง” เสียงดังขึ้น อยู่ๆ ชามข้าวก็ร่วงหล่นลงจากมือ ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มลงไปกองกับพื้น
“อิงฮวา !”
หลินเมิ้งหยาตะโกนสุดเสียง นางรีบปล่อยชามข้าวในมือแล้วเข้าไปตรวจอาการ
ใบหน้าของหนูน้อยเริ่มแดง ดวงตาเบิ่งกว้าง มือเล็กจับคอไม่หยุด
หลินเมิ้งหยารู้ได้ในทันทีว่ามีบางอย่างติดคอของเขา ดังนั้นเขาจึงหายใจไม่ออก
“เข้ามา หยิบเข็มเงินมาให้ข้า !”
พลิกร่างหนูน้อยให้นอนตะแคง หลินเมิ้งหยารีบถอดเสื้อผ้าของหลงอิงฮวา
แผ่นหลังสีขาวดุจหิมะแดงก่ำ
แย่แล้ว เขามีอาการแพ้ !
ผื่นแดงเริ