ษ์ที่เฉินเปี่ยวเกอส่งมาคุ้มครองนางมาถึงแล้ว
ใบหน้าอันคุ้นตาของพวกเขาสร้างความดีใจให้กับหลินเมิ้งหยาไม่น้อย
ด้วยเหตุนี้หลินเมิ้งหยาจึงเบาใจลงมาก
ขณะเดียวกันพวกชายชุดดำรู้แล้วว่าสถานการณ์กำลังยุ่งยากมากขึ้นทุกที
อาศัยจังหวะที่หลินเมิ้งหยาไม่ทันระวังตัววาดดาบเข้าไปจ่อคอของนาง
รูม่านตาหดเล็กลง ขณะที่หลินเมิ้งหยากำลังกู่ร้องร้องในใจว่าแย่แล้ว ร่างของใครคนหนึ่งพลันปรากฏกายขึ้นแล้วพาตัวนางออกจากวงล้อม
เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูสีชาดถูกทลายลงมา
ทหารองครักษ์หลั่งไหลเข้ามาดั่งสายน้ำ
“ฆ่า ! อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว !”
เสียงเดือดดาลเปี่ยมโทสะดังขึ้นที่ด้านหลัง
หลินเมิ้งหยารีบถลาเข้าหาอ้อมกอดอันคุ้นเคย
จมูกได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของหลงเทียนอวี้ หัวใจของนางจึงสงบลง
“ไม่เป็นไรแล้ว ข้าอยู่นี่”
หลงเทียนอวี้กระชับอ้อมกอดแน่น ชั่วขณะที่ประตูถูกเปิดออก เขาเห็นหลินเมิ้งหยาเอาตัวรอดจากความตายมาได้
หากมิใช่เพราะทักษะการเคลื่อนไหวของเย่ ป่านนี้ปลายดาบคงแทงทะลุคอของนางไปแล้ว
“หลงเทียนอวี้ พระองค์…มาแล้ว !”
หากกล่าวว่าไม่กลัวคงโกหกแล้ว แม้นางจะผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่ความตายอยู่ตรงห