หยุนแล้วล่ะก็ นั่น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งแล้ว”
ดวงตาหลินเมิ้งหยาเปล่งประกาย อย่ามองเพียงว่านางมีอาการสงบนิ่งไม่ร้อนใจ นางยังคงจดจำภาพแห่งความทรมานที่หลงเทียนอวี้ได้รับได้
โชคดีที่สวรรค์มีตา ดังนั้นจึงนำเรื่องนี้มามอบให้นางถึงหน้าประตู
“หรือเหตุที่อาซิ่วต้องการเข้ามาในหอป๋ายเฉาให้ได้ก็เพราะ……..”
ความคิดของจั่วชิวอวี้นึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้
หัวคิ้วหลินเมิ้งหยาขมวดมุ่น ดูเหมือนจั่วชิวอวี้ก็มิได้โง่
“ใช่แล้ว นางบอกว่าคนรับของคือลูกศิษย์ในหอป๋ายเฉา แม้ตงฟางสวีจะไม่ทำการค้าประเภทนี้ แต่ถึงกระนั้นการขายต้นฝิ่นก็มิใช่สิ่งผิดกฎหมายของเมืองเลี่ยหยุน ดังนั้นหลานของเขาจึงมิ ได้ปิดบังเรื่องนี้ ทว่าอาซิ่วเพียงแค่แอบได้ยินเรื่องทั้งหมดนี้ นางกลัวว่าลุงของนางจะเกิดปัญหา ดังนั้นจึงมาที่นี่เพื่อตรวจสอบ ส่วนเหตุที่นางรู้ว่าข้าสนใจเรื่องนี้ก็เพร ราะขณะที่อีกฝ่ายกำลังทำการค้า เขาเอ่ยชื่อข้าและหลงเทียนอวี้”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยเหตุที่มาทั้งหมดในรวดเดียว
ทั้งสามนิ่งอึ้งพูดไม่ออก คิดไม่ถึงเลยว่าข่าวที่พวกเขาพยายามสืบเสาะค้นหามานานแต่ไม่ได้อะไรกลับมา จะเป็นเด็กสาวอย่างอาซิ่วเป็นผู้นำมาแจ้ง
ราวกับโดนเทพเจ