งนางออก หลินเมิ้งหยาหมกตัวอยู่กับการฝึกเขียนตัวอักษรมาทั้งคืนแล้ว
ขนาดถือพู่กันยังต้องออกแรง คนอื่นอาจมองไม่เห็น แต่เขาเห็นเม็ดเหงื่อบนหน้าผากของนางได้อย่างชัดเจน
ทว่าเมื่อหันกลับมามองท่าทางตั้งอกตั้งใจของนางอีกครั้ง หลงเทียนอวี้เจ็บปวดใจยิ่งนัก
“ก็ได้ วันนี้หม่อมฉันเองก็เหนื่อยแล้ว เช่นนั้นรีบไปนอนสักหน่อยดีกว่า คืนนี้พระองค์จะนอนที่พื้นหรือนอนบนตั่งเพคะ?”
หลินเมิ้งหยาเอี้ยวตัวออกจากวงแขนของหลงเทียนอวี้
หยักยิ้มตาหยีรอคำตอบของอีกฝ่าย ตลอดหลายวันมานี้พวกเขาทั้งสองนอนร่วมเตียงกันทุกคืน
แม้จะไม่เคยทำสิ่งใดเกินเลย ทว่าหลงเทียนอวี้มิอาจควบคุมได้แล้ว เหตุเพราะเขาเคยชินกับการมีนางนอนข้างกายเสมอ
ตอนแรกคิดว่าหลินเมิ้งหยาขวยเขิน แต่ใครจะรู้เล่าว่านางจะเอาหมอนและผ้าห่มออกมา
“ข้า…นอนบนตั่งแล้วกัน”
หลงเทียนอวี้ตกตะลึงไม่น้อย สายตามองนางที่กำลังปูเตียงให้เขา
ทว่านางยังคงแย้มยิ้มคิกคัก ดูเหมือนเขาจะคิดมากจนเกินไป
เดินเข้าไปหา ขณะที่กำลังคิดจะเข้าไปสวมกอดนาง ใครจะรู้เล่าว่าหลินเมิ้งหยาจะเบี่ยงตัวหนี
“รีบนอนเถิดเพคะ ราตรีสวัสดิ์!”
ยืนอยู่หน้าประตูห้อง หลินเมิ้งหยาโบกมือน้อยๆ ให้เขาด้วยท่าทา