อกจากประตูหินไป อย่างน้อยพวกเราก็สามารถบุกทะลวงออกไปได้”
สายตาของจั่วชิวอวี้เปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้น ตอนนี้คนในหอป๋ายเฉาเป็นเพียงสัตว์เดรัจฉานเท่านั้น
หลินเมิ้งหยารีบขัดความคิดของเขา ตอนนี้กำลังของพวกเขามีเพียงน้อยนิด หากพวกเขารู้ว่านางและจั่วชิวอวี้ถูกขังอยู่ที่นี่ คนพวกนั้นจะต้องไม่ยอมปล่อยพวกนางไปอย่างแน่นอน
ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องเสี่ยงเช่นนั้น
“พวกเราเข้าไปก่อน บางทีอาจมีทางออกที่สาม”
อุณหภูมิสูงขึ้น ควันไฟเริ่มลอดทะลุเข้ามา
แต่โชคดีที่ห้องศิลาค่อนข้างกว้าง ยิ่งไปกว่านั้นควันไฟล้วนลอยขึ้นด้านบน ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถหายใจได้อย่างไม่มีปัญหา
แต่ความอดทนของคนทางด้านนอกย่อมมีมากกว่าพวกเขา
หลินเมิ้งหยากวาดตามอง ก่อนจะเอ่ยกับหลงเทียนอวี้
หากที่นี่เป็นหลุมหลบภัยของคนในหอป๋ายเฉา เช่นนั้นคนสร้างย่อมต้องคิดถึงปัญหานี้เอาไว้แล้ว
เล่าความคิดของตนให้ทุกคนฟัง ทั้งสี่รีบแยกย้ายกันออกค้นหาทั่วทั้งห้องศิลา
หลงเทียนอวี้และหลินเมิ้งหยาไปด้วยกัน พวกเขารีบหาช่องว่างบริเวณประตูหิน
แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่พบอะไร
กลิ่นเหม็นไหม้ฉุนขึ้นเรื่อยๆ หลินเมิ้งหยารู้สึกแสบคอเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นนางก็กระแอมเบาๆ แล้วส่าย