้แต่บุรุษตัวโตก็ไม่อาจทานทน
แต่หากทนได้ คาดว่าในอนาคตเขาคงทำการใหญ่สำเร็จ
ทว่าสภาพของจูฉีหยุนและจูเจียจิงในเวลานี้มิต่างอันใดจากตั๊กแตนหลังฤดูใบไม้ร่วง คาดว่าอีกไม่กี่วันก็คงยืนหยัดต่อไปไม่ไหวแล้ว
“จวิ้นจู่ พระองค์อุตส่าห์ช่วยเหลือพวกเราเอาไว้ ข้าจูเจียจิงขอถวายความจงรักภักดีต่อท่าน ไม่ว่าท่านต้องการให้ข้าทำสิ่งใด แม้แต่ต้องบุกน้ำลุยไฟข้าก็จะทำพ่ะย่ะค่ะ!”
ริอ่านจะเป็นหญ้าลู่ลมบนยอดกำแพง1อย่างนั้นหรือ?
เวลาเพียงชั่วพริบตาก็รู้ได้แล้วว่าหลินเมิ้งหยากำลังกุมชะตาชีวิตของพวกเขาเอาไว้
จูเจียจิงรีบถวายความจงรักภักดีต่อหน้าจวิ้นจู่ ท่าทางมิต่างจากสุนัข!
เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่หลินเมิ้งหยาเกลียดที่สุดคือคนไร้ศักดิ์ศรี
“ดี เช่นนั้นจงไปตายเพื่อข้าเถิด”
เอ่ยอย่างไม่แยแส ทว่ากลับเป็นถ้อยคำบาดหูผู้อื่น
จูเจียจิงคิดไม่ถึงเลยว่าสตรีตรงหน้าจะออกคำสั่งเช่นนี้ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความอึ้งงัน
“ฮึ เจ้าคนไร้ศักดิ์ศรี จวิ้นจู่มีฐานะสูงศักดิ์ เช่นนั้นพระองค์จะพึงใจในตัวเจ้าได้อย่างไร”
จูฉีหยุนมองความคิดของหลินเมิ้งหยาออก ดังนั้นจึงอดที่จะส่งเสียงแข็งทื่ออย่างไม่สบอารมณ์ออกมาไม่ได้
ทว่าแม้จูเจียจิงจะเป็นคนจิตใจอ่อนแอ