แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนของสกุลจู
“สมแล้วที่เป็นใต้เท้าจู แต่เพราะเหตุใดใต้เท้าจูจึงมักทำเรื่องโง่เขลาทั้งที่รู้ความขนาดนี้กันเล่า? แม้พระสวามีของข้าจะเป็นองค์ชายแห่งต้าจิ้น แต่หากมีใครคิดทำร้ายเขา ข้าค คิดว่า…ข้าก็คงปล่อยคนผู้นั้นไปไม่ได้”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยออกมาอย่างชัดเจน จูฉีหยุนรู้ดีว่าตนเองเป็นผู้นำภัยพิบัติมาสู่วงศ์ตระกูล
ทว่าเขากลับไม่ปริปากเอ่ยอันใด ซ้ำยังแสดงท่าทางไม่แยแส
หลินเมิ้งหยาไม่รู้ว่าตาเฒ่าคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ นางจึงเหยียดยิ้มน้อยๆ สายตาเย็นชาอยู่หลายส่วน
“ใต้เท้าจูรู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดข้าจึงสั่งให้ลูกน้องช่วยเหลือพวกเจ้าทั้งสามออกมา?”
หากจะให้เทียบความอำมหิตกันแล้วล่ะก็ หลินเมิ้งหยาย่อมไม่แพ้ผู้ใด
เมื่อได้ยินน้ำเสียงแกมข่มขู่ของนาง จูฉีหยุนเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย
“เจ้ากำลังขู่ข้าหรือ? ฮึ ในเมื่อคนในครอบครัวของข้าตายหมดแล้ว พวกเราสามคนก็ไม่คิดอยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว จะเป็นหรือตายอย่างไรก็ช่าง!”
โอ้ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาใช่หรือไม่
หลินเมิ้งหยาเข้าใจสถานการณ์ในเวลานี้แล้ว แต่คิดหรือว่าพวกคนเลวจะยอมตายง่ายๆ?
คิดจะเล่นกับนาง? เขาคิดดีแล้วหรือ!
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เ