็นอันขาด ห้ามมิให้ดึงผ้าที่ปากของเขาออก”
หลินเมิ้งหยารู้สึกราวกับหัวใจถูกมีดกรีด ก่อนหน้านี้หลงเทียนอวี้คือองค์ชายผู้แสนสง่างาม
แต่ตอนนี้เขาถูกทรมานจนเกือบสิ้นชีพ
จั่วชิวอวี้พร้อมทั้งหลิงเย่รีบเข้ามาพยุงร่างหลงเทียนอวี้ไปที่เตียง
ส่วนเขามีท่าทางมิต่างอันใดจากคนที่เพิ่งถูกช่วยขึ้นมาจากน้ำ หลงเทียนอวี้พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แม้จะไร้เรี่ยวแรงก็ตาม
สายตาทอดยาว ไร้วี่แววของมนุษย์ที่ยังมีลมหายใจ
หลินเมิ้งหยาทรุดตัวลงข้างกายเขา ก่อนจะค่อยๆ หยิบผ้าออกจากปากของเขา
“ฆ่า…ฆ่าข้า…”
แม้จะเหลือเรี่ยวแรงเพียงเล็กน้อย แต่หลงเทียนอวี้ก็ยังคงความเด็ดเดี่ยว
ท่ามกลางแสงเทียน ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดจนไร้สีเลือด คราบเลือดแห้งกรังเกาะที่มุมปาก
“ไม่ เจ้าจะต้องหาย เจ้าจะต้องไม่เป็นไร”
แม้จะพยายามสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้ แต่สุดท้ายก็ยังเอ่อคลออยู่ดี
หลินเมิ้งหยาไม่สนใจกลิ่นเหม็นบนร่างของเขา นางกอดศีรษะเขาแน่นพร้อมทั้งร้องไห้สะอึกสะอื้น
หยดน้ำตาร้อนผ่าวรินไหลลงกระทบร่างของหลงเทียนอวี้
ราวกับดึงสติกลับมาได้เพียงเล็กน้อย สายตาตวัดมองทางคนที่กำลังกอดร่างของเขา
“เจ้า…ไสหัวไป! ออกไป! เจ้าเป็นเพียงภาพลวงตา! ข้าไม่มีวัน