งมิอาจช่วยชีวิตนางเอาไว้ได้
แล้วจะนับประสาอะไรกับเหตุการณ์ในยุคนี้
“อย่า…อย่าเสียเวลาเลย จวิ้นจู่…มีเพียงคนตายเท่านั้น…จึงจะไม่อาจทรยศต่อท่านได้…จำ…จำเรื่องที่รับปากข้าเอาไว้ให้ดี”
ความเจ็บปวดทำให้หมิ่นเอ๋อร์พูดออกมาไม่เป็นประโยค
หลินเมิ้งหยาใช้มือปิดบาดแผลของนาง แต่ไม่ว่านางจะพยายามยับยั้งเช่นไร แต่โลหิตสีแดงสดก็ยังทะลักออกมาดั่งสายน้ำ
“ข้าไม่ลืม ข้าจะล้างแค้นแทนฟางกู เจ้าอดทนไว้ ข้าจะรักษาเจ้าเอง ข้าจะช่วยเจ้าเอง”
แต่ไม่ว่าหลินเมิ้งหยาจะเป็นหมอที่เก่งกาจเพียงใด ทว่าชีวิตของหมิ่นเอ๋อร์ใกล้จะดับสูญเต็มที
เพียงได้ยินนางเอ่ยว่าจะแก้แค้นแทนฟางกู อยู่ๆ หมิ่นเอ๋อร์ก็หยักยิ้ม
ในที่สุดชีวิตของเด็กสาวคนนี้ก็จบลงด้วยความโล่งใจ
หลินเมิ้งหยารู้สึกได้ว่าร่างของนางกำลังเย็นลง
ตั้งแต่ออกจากโรงบ่อน หลงเทียนอวี้ก็อุ้มนางเอาไว้ในวงแขนตลอดเวลา
แม้จะกลับถึงจวนไท่จื่อแล้ว แต่นางยังคงเหม่อลอย
จั่วชิวอวี้และอวี้อันนำร่างของหมิ่นเอ๋อร์และฟางกูไปวางในสถานที่สงบ
ทว่าสายตาของหลินเมิ้งหยายังคงทอดยาวอย่างไร้จุดหมายปลายทาง
ความตาย สำหรับหลินเมิ้งหยาเป็นเพียงคำจำกัดความที่นางแทบไม่รู้จัก
แต่ถึงกระนั้นนางก็เคยพบเ