จู
หลังจากได้ยินเสียงแผดร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่หลายหน ม้าของหลงเทียนอวี้ขยับเท้าออกมายืนด้านข้างราวกับมิได้ทำอะไรลงไปเลยแม้แต่น้อย
ผิดกับคุณชายจูที่กำลังพยายามสูดลมหายใจเข้าออก ท่าทางมิต่างจากคนใกล้หมดลมหายใจ
ทุกคนมองภาพตรงหน้าอย่างอึ้งงัน ไม่มีใครคาดคิดว่าหลงเทียนอวี้จะลงมือเช่นนี้
แม้แต่หลินเมิ้งหยาที่อยู่บนรถม้ายังต้องแอบมองผ่านหน้าต่าง
ใครใช้ให้เจ้าคุณชายจูนั่นปากดีเช่นนั้นเล่า สมน้ำหน้า!
“เจ้า…เจ้า…ซวยแล้ว!”
หลังจากนั้นหลายนาทีจึงมีเสียงเอะอะดังขึ้น
ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น บางคนก็รู้สึกมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น
ส่วนคุณชายจูที่เป็นลมสลบไปแล้วถูกพรรคพวกของตนเองประคองร่างขึ้นมา
ขณะเดียวกันใบหน้าที่ต้องฝืนใจมองกลายเป็นจานสีไปเสียแล้ว
ทั้งสีแดง สีขาว สีเทาผสมผสานกันอยู่บนใบหน้านั้น
แม้หลินเมิ้งหยาจะรู้สึกสะใจ แต่ถึงกระนั้นก็พยายามจ้องมองให้ดี
หลงเทียนอวี้จัดการไปเพียงสองสามครั้งก็ทำให้กระดูกของเขาหักหลายซี่ น่าเวทนายิ่งนัก
แต่หากเป็นหลงเทียนอวี้คนก่อนแล้วล่ะก็ ชายผู้นี้คงกลายเป็นผีไปแล้ว
“แยกย้าย แยกย้าย ไม่มีอะไรน่าดูแล้ว”
จั่วชิวอวี้แสดงสีหน้าขมขื่น แม้คุณชายจะสมควรได้รับโทษ แต่ว่า…….
เ