ตนเอง
ทว่าชั่วเวลาจิบชาหนึ่งถ้วย ใบหน้าของเขาพลันแข็งทื่อ
พวกคนที่กรูกันเข้ามาด้วยใบหน้าท่าทางฮึกเหิมประหนึ่งมังกรผงาดพยัคฆ์คำรามล้วนร่วงลงไปกองกับพื้น
อย่าว่าแต่ทรงตัวอยู่เลย แม้แต่สติยังไม่มี
ขณะเดียวกันเขาหลุดจากความเย้ายวนของสาวงามตรงหน้า
กลืนน้ำลายลงคอ รวบรวมความกล้าแล้วตะคอกใส่ชายทั้งสอง
“บังอาจนัก พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร! ข้าจะบอกเจ้าให้ ข้าคือทายาทผู้สืบทอดสกุลของอ๋องชิ่ง! พวกเจ้า….พวกเจ้ากำลังก่อกบฏ!”
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เขายังคิดจะใช้ฐานะของตนเองมาข่มขู่อีกหรือ?
หลินเมิ้งหยาดูแคลนสติปัญญาของทายาทผู้นี้ยิ่งนัก
ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วหยุดยืนด้านหน้าหลงเทียนอวี้ จากนั้นจึงหันกลับไปส่งยิ้มให้จั่วหยวนอี ทว่าแม้มุมปากจะกระตุกยิ้ม ทว่าดวงตากลับเยียบเย็น
“ทายาทของอ๋องชิ่งอย่างนั้นหรือ ข้าเกรงกลัวยิ่งนัก แต่น่าเสียดายเหลือเกิน คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้าตอนนี้คนหนึ่งเป็นองค์ชาย ส่วนอีกคนคือจวิ้นอ๋อง ส่วนข้าคือพระชายาขององ งค์ชายและมีฐานะเป็นจวิ้นจู่แห่งเมืองหลินเทียน คราวนี้ลองตรองดูก่อนดีหรือไม่ว่าใครใหญ่กว่ากัน?”
อยู่ๆ ความป