งจะส่งหม่อมฉันไปอยู่ที่นั่น หม่อมฉันไม่มีทางเลือกจึงต้องทำตามคำสั่งของนาง หากพระชายาไม่เชื่อ หม่อมฉันสามารถสาบานได้ หากหม่อมฉันโกหกแม้แต่คำเดียว ขอให้ห หม่อมฉัน…ตายอย่างน่าอเนจอนาถ”
ซู่เหมยส่งเสียงร้องไห้อ้อนวอน แต่ท่าทางเหมือนคนกำลังตำหนิเสียมากกว่า
หากหลินเมิ้งหยาเป็นคุณหนูสูงศักดิ์ทั่วไป แม้จะไม่หลงเชื่อคำพูดของนางทั้งหมด แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีความคลางแคลงใจอยู่บ้าง
“โอ้? ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”
หลินเมิ้งหยามิได้แสดงออกว่าเชื่อ แต่ก็มิได้แสดงท่าทีว่าไม่เชื่อ นางมองซู่เหมยอย่างลังเล
หากจะเทียบชั้นการแสดงกันแล้วล่ะก็ หลินเมิ้งหยาย่อมเก่งกว่าซู่เหมยที่เพิ่งจะหัดเดินเตาะแตะมาก
สบตากับซู่เหมย ความภาคภูมิใจที่ฝังลึกอยู่ในแววตาของนางทำให้หลินเมิ้งหยารู้ว่าตนเองเดาถูกแล้ว
“จริงแท้แน่นอนเพคะ หากพระชายาไม่เชื่อ พระองค์สามารถไปตรวจสอบที่หอนางโลมของพี่สาวหม่อมฉันได้”
ซู่เหมยพูดสิ่งเหล่านี้ออกมาโดยไม่หวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย
เหตุเพราะคนผู้นั้นเล่าว่าคนของหอนางโลมเตรียมการเอาไว้หมดแล้ว
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจะลองไปตรวจสอบเมื่อมีเวลาว่างก็แล้วกัน ตอนนี้พี่สาวของเจ้า