หญ่ของจวน ข้าจะเชื่อฟังเจ้าทุกอย่างดีหรือไม่?”
หลินเมิ้งหยาหัวเราะเบาๆ ทว่าลมหายใจของนางกลับแผ่วเบากว่าเดิมมาก
“หลงเทียนอวี้…อันที่จริงข้า…”
เสียงสุดท้ายไม่ดังไปกว่าเสียงกีบเท้าของม้า
ราวกับหัวใจของหลงเทียนอวี้ถูกกรีด ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง
“พูดกับข้า เมิ้งหยา ข้าขอร้อง พูดกับข้าก่อน ข้าขอสั่งเจ้าให้พูดกับข้า!”
เสียงแหบพร่าถูกส่งออกมา แต่กลับไร้คนตอบกลับ
มุมปากของหญิงสาวในอ้อมกอดยังคงหยักยกขึ้น ทว่าดวงตาของนางกลับปิดสนิทแล้ว
ราวกับการรับรู้สูญสิ้นแล้ว หลงเทียนอวี้รีบควบม้าไปยังค่ายทหารแซงหน้าหลู่ตี๋ ในที่สุดเขาก็อุ้มนางเข้าไปในค่ายทหารได้สำเร็จ
“หมอ! หมอ! ออกมาเดี๋ยวนี้”
เขาโอบอุ้มหลินเมิ้งหยาพลางร้องตะโกนเสียงดัง
คนในค่ายทหารรีบวิ่งออกมา แม้จะไม่รู้จักชายตรงหน้า แต่ม้าที่เขาขี่เป็นม้าหลวง
แต่เพราะร่างกายของเขาท่วมไปด้วยเลือด ซ้ำยังตะโกนกึ่งตะคอก ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าค่ายทหารของตนเองกำลังถูกบุกโจมตี
ครู่ต่อมา ทหารในค่ายเข้ามาล้อมตัวหลงเทียนอวี้เอาไว้ สีหน้าขึงขัง
“หมอเล่า? หมออยู่ที่ใด?”
หัวใจของเขาร้อนรนดั่งถูกไฟแผดเผา ทว่าคนเหล่านั้นกลับไม่ตามหมอออกมา ยิ่งไปกว่านั้นยังชี้