รงหน้า”
วาจาแฝงนัยขู่บังคับอย่างชัดเจน
หลินเมิ้งหยาและหงอวี้ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่มิขยับเขยื้อน หากพวกนางหมุนตัวเดินจากไป นางจะไม่แปลกใจเลยหากแส้ม้าถูกฟาดลงบนหลังของตนเอง
ฝืนหยักยกมุมปาก ตอนนี้หลินเมิ้งหยาทำได้เพียงประคองสีหน้าให้สงบนิ่ง
พี่สาวคนนี้มาจากไหนกันแน่เนี่ย!
“แน่…แน่นอน แม่นางมั่วฉินงดงามยิ่งนัก…”
ส่งเสียงเยินยอเอาอกเอาใจ ทว่ามั่วฉินกลับหมดความอดทน รอยยิ้มอ่อนหวานเปลี่ยนเป็นเย็นชา ดวงตาสีน้ำตาลคมกริบจ้องนางเขม็ง
“เข้าไป”
ออกคำสั่งอย่างชัดเจน หลินเมิ้งหยาทำได้เพียงพยักหน้าคล้อยตาม
เหตุเพราะนางจำประโยคหนึ่งได้ขึ้นใจ หากสู้ไม่ได้ เช่นนั้นจงก้มหัวยอมรับความพ่ายแพ้
ขยับเท้าก้าวเข้าไปในห้องของมั่วฉินพร้อมกับหงอวี้
หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าเวลาผ่านไปเชื่องช้าเหลือเกิน
ขณะนี้หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าปล่อยให้จื่อหยุนรบเร้าเซ้าซี้ต่อไปยังจะดีกว่าการเหยียบย่างเข้ามาในห้องนี้
สมองของนางพลันปรากฏภาพเนื้อหนังฉีกขาดหลังจากโดนแส้ตี ซ้ำตนเองยังพยายามร้องขอชีวิตอย่างทรมาน
ล้อเล่นหรือไร หากถูกลงทัณฑ์จะมิส่งเสียงคร่ำครวญอย่างนั้นหรือ?
นางหาใช่ทหารที่พร้อมจะพลีชีพทุกเมื่อ หากเป็นที่ปรึกษาก็ว่าไปอย่าง
“ปัง” เสีย