ำให้สายตาของท่านกัวเย็นเฉียบ
การออกนอกเมืองอยู่เพียงเอื้อมมือ ท่านกัวจึงไม่อยากมีปัญหา
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าพวกชายฉกรรจ์เหล่านี้จะทำตัวไม่รู้ความ
ใบหน้าที่เคยหยักยิ้มเป็นมิตรพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
ท่านกัวหาใช่คนอ่อนแอที่จะปล่อยให้ผู้อื่นรังแกง่ายๆ
แต่ชายร่างท้วมเห็นว่าฝั่งตนเองมีพวกเยอะกว่า ฉะนั้นเขาจึงไม่เห็นท่านกัวอยู่ในสายตา
เรื่องราวเริ่มบานปลาย ขณะที่หลินเมิ้งหยาตระเตรียมยาพิษเรียบร้อย ร่างขาวดั่งแสงจันทร์พลันปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน
“ตอนแรกข้าก็คิดว่าใคร? ที่แท้ก็เฉียนช่วนจื่อที่เพิ่งจะสามารถลงมาเดินเหินได้เมื่อหลายวันก่อนนี่เอง อะไรกันท่านเฉียน นี่ท่านคิดจะมาออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายอย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นให้ข้าเป็นคู่ฝึกซ้อมให้ท่านดีหรือไม่?”
เฉียนช่วนจื่อ? หลินเมิ้งหยาหันไปมองชายร่างท้วมด้วยแววตาประหลาดใจ
ล้อเล่นหรืออย่างไร? เรียกเขาว่าเจ้าขี้วัวยังจะเหมือนเสียกว่า เขามิได้มีรูปร่างผอมเพรียวดั่งทองเหมือนความหมายของชื่อสักนิด
ร่างสีขาวราวแสงจันทร์ยืนบังร่างของนางเอาไว้จนมิด
ยิ่งได้เห็นแผ่นหลังของเขาก็ยิ่งรู้สึกคุ้นตายิ่งนัก จนกระทั่งภาพเลือนรางในสมองเริ่มปะติดปะต่อกันเป็นภาพใหญ่ หลินเมิ้งหย