จึงเข้าไปนั่งไปรถม้าของหลินเมิ้งหยา
ยกยิ้มมีเลศนัยขณะนั่งลงด้านหลังสุด เขาแสร้งเมินสายตาประหลาดใจคู่นั้น
“ตกลงเมื่อครู่เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยถามอย่างไม่เต็มใจนัก
ชิวอวี้กลับไม่ตอบ เขาทำเพียงยิ้มโดยไม่พูดอะไร
“คุยกันแล้วมิใช่หรือว่าเจ้าจะอยู่ดูแลฮ่องเต้ในวัง ส่วนข้าจะออกไปหายา หากเกิดอันตรายกับฮ่องเต้ขึ้นมาจะทำเช่นไร?”
ชิวอวี้หาใช่คนที่จะทนเห็นคนตายต่อหน้าเฉยๆ ได้
แม้หลินเมิ้งหยาจะมีโทสะเป็นอย่างมาก แต่ชิวอวี้กลับมีท่าทีผ่อนคลาย สุดท้ายอดรนทนไม่ไหวจึงยื่นมือเข้าไปบิดเอวเขาเต็มแรง
ชิวอวี้ที่เคยมีท่าทางสงบนิ่งน้ำตาไหลพราก
เขาไม่กล้าส่งเสียงร้องจึงทำได้เพียงอดกลั้น
หลังจากหลินเมิ้งหยาพอใจแล้ว ชิวอวี้จึงแสดงท่าทางประหนึ่งหญิงสาวถูกลวนลาม สายตาชำเลืองมองนางเสมือนกำลังน้อยอกน้อยใจ ซ้ำน้ำตายังคลอเบ้า
“จะพูดหรือไม่พูด?”
หลินเมิ้งหยาถนัดเรื่องทรมานคนเพื่อเค้นเอาคำตอบยิ่งนัก
ป๋ายซ่าวหันหน้ามองนอกหน้าต่างอย่างรู้งาน ท่าทางเสมือนคนไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
ชิวอวี้ทำท่าเบะปากร้องไห้ เพื่อมิให้หลินเมิ้งหยาทรมานตนเองอีก เขาจึงรีบก้มหน้าแล้วอธิบาย
“ตอนนี้ฮ่องเต้ฟื้นแล้ว แต่ยังต้อง