ลวจึงเหลือเพียงคุณชายจู๋คนเดียว
ยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อย คุณชายจู๋คุกเข่าลงกับพื้น
ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมเผยให้เห็นอาการประหม่า
ครุ่นคิด หน้าที่ของนางมิเคยขาดตกบกพร่อง แต่เพราะเหตุใดนายท่านจึงโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้
แต่ไหนแต่ไรมานายท่านมักจะปกปิดตัวตนเสมอ
แต่การที่เขายังไม่ปรากฏตัวออกมา นั่นแสดงให้เห็นว่านายท่านโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมากและคนที่ต้องรับผิดชอบมีเพียงคนเดียวก็คือนาง
“เจ้าไม่รู้จักกฎของสี่จตุรเทพหรือ?”
ทันทีที่คุณชายจู๋คุกเข่าลง เสียงเย็นชาดุจน้ำแข็งพลันดังขึ้นโดยมิอาจทราบทิศทาง
ร่างกายสั่นเทิ้ม คุณชายจู๋รีบหมอบราบลงบนพื้น ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยท่าทางยำเกรง
“จู๋ทราบดีเจ้าค่ะ นายท่านได้โปรดอภัยด้วย”
ยังไม่ทันจะสิ้นเสียง ร่างของนางพลันกระเด็นขึ้นไปบนอากาศ
“ตึง” เกิดเสียงดังสั่น ร่างบางกระแทกเข้ากับบันไดจนพื้นไม้แหลกละเอียด
“ในเมื่อเจ้ารู้ เหตุใดจึงฝ่าฝืน?”
เสียงเย็นชาดังขึ้นจากเหนือศีรษะ
คุนชายจู๋เงยหน้า เลือดพุ่งขึ้นมาจากลำคอ
ทว่าดวงตายังคงมองชายในชุดดำด้วยความเคารพเลื่อมใส
“นายท่าน…จู๋…จู๋…ไม่เคยทำผิดต่อนายท่าน นายท่านได้โปรดตรวจสอบด้วยเจ้าค่ะ”
มองอาการกึ่งเป็นกึ่งตายของคุณชายจู๋ หลงเทียนอวี้ไร้ซึ่งความรู้สึกสงสาร ดวงตาเปี่ยมไปด้วยโทสะ หากมิใช่เพราะลูกน้องคนนี้ถูกเขาเลี้ยงดูมา ป่านนี้ชีวิตของนางคงดับสูญไปนานแล้ว
แต่เมื่อคิดถึงเรื่องที่หลินเมิ้งหยาเกือบตายเพราะผู้หญิงคนนั้นขึ้นมา ค