วามโกรธแค้นพลันโหมกระหน่ำในใจ ฉะนั้นคนที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้นจึงมิอาจหลบเลี่ยงความผิดในคราวนี้ได้
“คุณชายเหมยเล่า? เจ้าอย่าได้โป้ปดว่าเจ้าไม่รู้กระทั่งการหายตัวไปของนาง หากเป็นเช่นนั้น ข้าว่าตำแหน่งหัวหน้าคงไม่เหมาะสมกับเจ้าอีกต่อไป”
คุณชายจู๋ตื่นตะลึง แต่ไม่นานก็สงบลง
สายตาหม่นหมอง นางรู้ดีว่าเรื่องนี้อาจปกปิดทุกคนได้ แต่นางไม่อาจปิดบังนายท่านได้
ตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น ก่อนจะโขกหัวลงต่อหน้าหลงเทียนอวี้
“ข้าน้อยผิดเองที่ปิดบังเรื่องนี้ แต่พี่สาวไม่ปรากฏตัวที่ร้านหลายวันแล้วเจ้าค่ะ ข้าน้อยไม่รู้จริงๆ ว่านางหายไปไหน”
คุณชายจู๋รู้ดีว่าหลงเทียนอวี้เห็นชีวิตคนเป็นดั่งต้นหญ้า
หากมิใช่เพราะเขาเห็นถึงความจงรักภักดีของนาง เช่นนั้นป่านนี้ชีวิตของนางคงแขวนอยู่บนเส้นด้ายเหมือนพี่สาวตนนานแล้ว
“พี่สาวของเจ้าตายในคืนวันที่สิบห้า นางตายที่ตรอกแห่งหนึ่งในเมืองหลวง แต่….”
เอ่ยเสียงแข็งกระด้าง สายตาของหลงเทียนอวี้ทำให้คุณชายจู๋รู้สึกหวาดกลัวและตกตะลึงในคราวเดียวกัน
“ก่อนนางตายนางคิดสังหารชายาอวี้ เจ้าคงต้องอธิบายเรื่องนี้ให้ข้าฟัง”
เหงื่อผุดขึ้นบนแผ่นหลังของคุณชายจู๋
ผ้าคลุมหน้าเลื่อนหลุดลงมาโดยไม่รู้ตัว ใบหน้างดงามพิมพ์เดียวกับคุณชายเหมยปรากฏโฉม แต่ไม่รู้ว่าเพราะความหวาดกลัวหรือตกตะลึง ร่างของนางสั่นเทิ้มราวกับจะล้มลงได้ตลอดเวลา
“พี่สาว…ไม่….เป็นไปไม่ได้! นายท่าน แม้พี่สาวจะมิได้เข้าร่วมกล