เจ้าค่ะ จู๋น้อมรับคำสั่ง ขอบพระทัยที่ไว้ชีวิต”
คุณชายจู๋ยังคงตกตะลึงอยู่กับที่ นางถูกชายตรงหน้าเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก
หากมิใช่เพราะเมื่อหลายปีก่อนนางบังเอิญพบว่าอาเหมยคือพี่สาวแท้ๆ ของตนเอง นางคงไม่ถูกนายท่านลงโทษเพราะการพาพี่สาวมาอยู่ด้วย
วันนี้ความเห็นแก่ตัวของพี่สาวเกือบทำให้นางต้องตาย
หัวใจสงบลง
“เข้ามา”
ภายในห้องโถง ร่างของหลงเทียนอวี้หายไปนานแล้ว
คนที่คอยรักษาการณ์อยู่ด้านนอกรีบวิ่งเข้ามา
คุณชายจู๋เบือนหน้าไปอีกทาง ไม่ว่าใครก็มิได้เห็นใบหน้างดงามที่ขาวซีดและเจือความเจ็บปวดรวดร้าวของนาง
“รายงานท่านอ๋อง ทหารของทางการแจ้งว่าห้องเก็บศพนอกเมืองเกิดไฟไหม้ ศพภายในนั้นถูกเผาจนมิอาจมองเห็นรูปพรรณสันฐานได้พ่ะย่ะค่ะ”
ภายในห้องอ่านหนังสือของหลงเทียนอวี้ หลินขุยเข้ามารายงานสถานการณ์ให้หลงเทียนอวี้รับทราบ
“อืม เข้าใจแล้ว”
มือยังคงถือหนังสือยุทธศาสตร์การรบราวกับไม่ได้ยินเสียงรายงานแต่อย่างใด
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านั่นเป็นฝีมือของจู๋
คาดว่าศพของผู้หญิงคนนั้นก็คงอยู่ในกองเพลิงด้วย
แต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเหมยเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้น คาดว่าผู้อยู่เบื้องหลังยังคงใช้ชีวิตอย่างสงบสุขโดยไร้รอยขีดข่วน
“พระชายาเล่า? ตอนนี้กำลังพักผ่อนอยู่หรือไม่?”
แต่ไหนแต่ไรมาหลงเทียนอวี้มิเคยสนใจใครมาก่อน
อยู่ๆ เขาก็เปลี่ยนหัวข้อในการสนทนาและถามไถ่ถึงชายาตนเอง
“คือ…ข้าน้อยเองก็ไม่ทราบ แต่