ปลอบโยนทุกคน
อันที่จริงสิ่งแรกที่นางคิดถึงคือการมายังร้านสามสหาย
หนึ่งเพื่อเพิ่มพลังให้กับตนเอง สองเพื่อรับสาวใช้ของตนกลับไปด้วยกัน
“เอาล่ะ พวกเจ้าปล่อยตัวพระชายาก่อนเถิด เดี๋ยวข้าวจะเย็นเสียก่อน พวกเจ้ากินข้าวอิ่มกันหมดแล้ว นี่หรือว่าพวกเจ้าจะปล่อยให้พระชายาอดตายกันเล่า?”
ท่านป้าป๋ายเอ็นดูหลินเมิ้งหยาที่สุด ดังนั้นจึงเข้าไปเคาะหน้าผากป๋ายจีและป๋ายจื่อคนละที
การถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของพวกนางจึงหยุดลงชั่วคราว หลินเมิ้งหยาหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วกินอาหารอย่างรวดเร็ว
“อึก” เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นแสลงหู
ทุกคนหันไปมองทางต้นเสียงด้วยความสงสัย
ชิวอวี้หยักยิ้มเชิงเกรงใจ ลูบไล้หน้าท้องของตัวเอง ก่อนจะส่งเสียงเบา
“คือว่า…ข้าเองก็ยังไม่ได้กินข้าวมาทั้งวันเหมือนกัน…”
อาการบิดเบี้ยวบนใบหน้าหายไปแล้ว
ทุกคนที่ได้เห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาโดดเด่นพลันตกตะลึง ป๋ายจีซึ่งมีไหวพริบมากที่สุดรีบหมุนตัวเข้าไปในครัวแล้วหยิบถ้วยกับตะเกียบออกมาวางบนโต๊ะ
“ข้าลืมแนะนำให้พวกเจ้ารู้จัก นี่คือเพื่อนที่ข้ารู้จักในวังหลวงนามว่าชิวอวี้ เหตุที่ข้าสามารถกลับมาที่นี่อย่างปลอดภัยได้ก็เพราะเขาคอยช่วยเหลือ”
แม้จะช่วยให้ยุ่งมากขึ้นก็ตาม
แต่หลินเมิ้งหยาหาใช่คนลืมบุญคุณคน คืนนั้นในตรอก ผู้หญิงในชุดดำหมายมั่นจะเอาชีวิตนาง
หากชิวอวี้ไม่ไปพบเจอเข้า ป่านนี้นางคงกำลังนั่งจิบชากับพวกผีน้อยผีใหญ่อยู่ในนรก
“ขอบคุณคุณชายชิวมากเจ้าค่ะ ท่าน