าว่าเขาชอบผู้หญิงร้อนแรงเช่นนั้น !
“สั่งโรงครัวนำองคชาติวัว องคชาติเสือ องคชาติแพะมาตุ๋นเป็นน้ำแกงให้ท่านอ๋องกินทุกวัน ใส่หัวหอมใส่กระเทียมเข้าไปเยอะๆ ท่านอ๋องทำงานหนัก พวกเราจะต้องบำรุงร่างกายพระองค์ให้ดี !”
หลินเมิ้งหยาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ก่นด่าชายหลายใจคนนี้ในใจ
นอกจากป๋ายจีที่ติดตามนางเข้าไปในตำหนักฉินหวู่แล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น ป๋ายจียังคงก้มหน้าลง ใบหน้าแดงระเรื่อ
เหตุใดพระชายาจึงมีท่าทางเหมือนอยากจับใครกินอย่างนั้น?
เมื่อเทียบกับหลินเมิ้งหยาที่กำลังหึงหวง สถานการณ์ทางหลงเทียนอวี้สงบลงมาก
ผลลัพธ์หลังจากต่อสู้กับลู่หนิงพักใหญ่คือการได้รับบาดเจ็บทั้งคู่
บาดแผลที่เพิ่งจะดีขึ้นของเขาฉีกขาดอีกครั้ง สุดท้ายลู่หนิงอาศัยจังหวะที่เขากำลังอ่อนแอผลักเขาล้มลงบนเก้าอี้แล้วทำการรักษา
“ในเมื่อรู้ตัวว่าได้รับบาดเจ็บ เช่นนั้นก็ควรฟังหมอถึงจะถูก มิเช่นนั้นเจ้าก็ไปตายเสียสิ จะได้ไม่เปลืองยา”
สภาพของลู่หนิงเองก็ย่ำแย่ไม่ต่างกัน บาดแผลของหลงเทียนอวี้ฉีกขาด ส่วนใบหน้าของเขาก็บวมเป่ง
เส้นผมที่ลั่วปิงอุตส่าห์ตกแต่งให้เขาเมื่อตอนเช้ามืดยุ่งเหยิงเหมือนคนเสียสติ สีหน้าแสดงออกถึงความเจ็บปวด เครื่องประดับมากมายที่เขาใส่ล้วนเป็นของชิ้นโปรดของลั่วปิงทั้งสิ้น
หลังจากรักษาเจ้าบ้านี่เสร็จ หากลั่วปิงไม่กินเขานั่นสิแปลก
ไอ้ตัวซวย ทุกอย่างเป็นเพราะผู้ชายตรงหน้าเขาคนนี้ หลังจากพันผ้าพันแผลเสร็จแล้ว