ฝ่ามือพลันตบลงบนบ่าของหลงเทียนอวี้
“ซี๊ด…”
หลงเทียนอวี้สูดลมหายใจเย็นยะเยือกลงคอ สีหน้าขาวซีด แต่สุดท้ายเขาก็มีความเป็นสุภาพบุรุษมากพอที่จะไม่ด่าผู้หญิง
“คุณชายลู่ได้โปรดเบามือหน่อยเถิดขอรับ ท่านอ๋องของข้าได้รับบาดเจ็บอยู่นะขอรับ”
หลินขุยแสดงสีหน้าเจ็บปวด ลู่หนิงเหลือบมองเขาก่อนจะเอ่ย
“ยาชนิดนี้จำเป็นต้องใช้กำลังภายในดูดซับเข้าไป หากออกแรงไม่มากพอ เกรงว่าเจ้านายของเจ้าจะพิการเอาได้ ทั้งที่รู้ว่าบนดาบอาบยาพิษ แต่กลับพุ่งตัวเข้าไป เวลาเพียงไม่กี่ปีที่ไม่ได้เจอกัน สมองของเจ้าถูกหมากินหมดแล้วหรือ?”
เส้นเลือดบริเวณลำคอของหลงเทียนอวี้ปูดโปนอย่างเห็นได้ชัด ความเจ็บปวดจากบาดแผลส่งออกมาท้าทายความอดทนของเขา
คิดไม่ถึงเลยว่าคำพูดถากถางของลู่หนิงจะทำให้เขามิอาจทนได้อีกต่อไป
“แม้ข้าจะไม่มีสมอง แต่ข้าก็ไม่เคยทรยศหักหลังพวกพ้อง เจ้ามันคนทรยศ เมื่อเวลาครบห้าปี ข้าจะเด็ดหัวเจ้า !”
ประกายในดวงตาของลู่หนิงมืดลงเล็กน้อย
ก่อนจะเปลี่ยนเป็นปกติ
“คนทั้งโลกล้วนรู้ว่าข้าหาใช่คนขายความลับของพี่สอง มีเพียงเจ้าคนเดียวที่ไม่เชื่อ หากตอนนั้นข้าเป็นคนทำจริง เช่นนั้นลั่วปิงกับหลินหลางจะร้องขอชีวิตแทนข้าหรือ ? ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าข้าขอเวลาห้าปี หากภายในห้าปีนี้ข้ายังมิอาจหาความจริงได้ ข้ายอมตายต่อหน้าหลุมศพของพี่สองโดยที่เจ้าไม่ต้องลงมือ”
น้ำเสียงของลู่หนิงเจือไว้ซึ่งการเยาะหยัน
หลังจากหลงเทียนอวี้เหลือบมองเขาครั้ง