องกับสกุลหลิน หากเจ้าอยากรู้ความจริง เช่นนั้นเจ้าไม่ลองเอ่ยถามชายาของเจ้าดูเล่า”
ลู่หนิงพูดจบ เขาหมุนก็ตัวกลับแล้วเดินจากไป
หลงเทียนอวี้ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ตกอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง
ตอนนั้นเขาเพียงแค่สงสัย ดังนั้นจึงยินยอมแต่งงานกับลูกสาวของหลินมู่จือ เหตุผลหนึ่งก็เพราะต้องการสอดแนมเรื่องของพวกเขา
หากเรื่องในตอนนั้นเกี่ยวข้องกับสกุลหลิน เช่นนั้นเขา…
มือหนากำแน่น สีหน้าลำบากใจ เขาไม่อยากทำให้หลินเมิ้งหยาต้องเสียใจ
หวังว่าหลินมู่จือจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
เดินกลับมายังตำหนักของตนเองด้วยความโกรธเกรี้ยว หลินเมิ้งหยาไล่ทุกคนออกจากห้องของตนเอง
เวลาเพียงไม่นาน ทั้งหมึก กระดาษ รวมถึงเก้าอี้ของหลงเทียนอวี้ถูกโยนออกมาด้านนอกจนหมดสิ้น
หากมิใช่เพราะโต๊ะตัวนั้นหนักเกินไปแล้วล่ะก็ นางคงจะโยนออกไปเช่นเดียวกัน
หลังจากทบทวนเรื่องเมื่อครู่ ในที่สุดหยดน้ำตาก็ไหลรินลงมา
ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ หลินเมิ้งหยาพยายามบังคับตัวเองมิให้ร้องไห้
นางคิดไม่ถึงเลยว่าหลงเทียนอวี้จะกลายเป็นคนเช่นนั้น
เพราะเหตุนี้เขาจึงเปลี่ยนความคิด ซ้ำยังบอกว่านางโวยวายไร้สาระ อีกทั้งยังไปตามหาหมอเทวดาที่กลุ่มสามสหาย ทั้งหมดที่เขาทำก็เพื่อจะรับอนุภรรยาอย่างนั้นหรือ ?
มีหญิงสาวแสนดีอยู่ข้างกายแต่กลับไม่รู้จักพอ เขาถึงกับพาผู้หญิงเข้ามาเริงรักฉ่ำสวาทถึงในจวนอย่างไม่อายฟ้าดิน
หลินเมิ้งหยากำหมัดแน่น ก่อนจะฟาดลงบนโต๊ะ สบถบริภาษก่นด่าหลงเทียนอ