ื่อเขาเอ่ยออกมาก็ไม่มีใครกล้าเถียงเขา
“ท่านพ่อ ข้าก็แค่…”
หลินเมิ้งหวู่อ้าปากค้างอย่างน้อยใจ ท่านพ่อมักลำเอียงเสมอ
ทั้งที่เป็นลูกสาวสกุลหลินเหมือนกัน ทว่าคนหนึ่งเป็นถึงชายาอวี้ ส่วนอีกคนกลับถูกรังแก
นางไม่อาจทำใจยอมรับได้!
“แค่อะไร? เจ้ายังมิได้แต่งงานออกเรือน หากมิใช่เพราะวันนี้เป็นวันพิเศษที่ยากจะได้อยู่กันพร้อมหน้า เจ้าคงทำได้เพียงอยู่ในห้องมิได้ออกมาด้านนอก! ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่ได้มาอยู่ที่นี่แล้ว…แล้ว….”
มีบางคำพูดที่แม้แต่ผู้เป็นพ่ออย่างเขาก็พูดไม่ออก
ซ่างกวนฉิงสบถลั่นในใจ นางพยายามส่งสายตาตักเตือนหวู่เอ๋อร์แล้วว่าอย่าทำให้พ่อของนางโกรธ
มิเช่นนั้นชีวิตคู่ของนางจะต้องประสบปัญหาอย่างแน่นอน
“ลูกเพียงแค่ทำหน้าที่เจ้าบ้านเท่านั้นเจ้าค่ะ อีกอย่าง ท่านอ๋องก็มิใช่คนอื่นคนไกล”
หลังจากถูกเลี้ยงดูจนเสียนิสัยมานานหลายปี สุดท้ายหลินเมิ้งหวู่ก็ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
“เพียะ” หลินมู่จือฟาดตะเกียบลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น
“เจ้าบ้านตัวดี! พอลองมาคิดดูแล้ว ช่วงเวลาที่ข้าไม่ได้อยู่บ้าน พวกเจ้าคงคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของบ้านนี้ไปแล้วสินะ?”
ความโกรธที่เคยสะกดกลั้นเอาไว้ระเบิดออกมา
สีหน้าของซ่างกวนฉิงขาวซีด นางหันไปถลึงตาใส่ลูกสาวตัวเอง
สายตาเย็นชาของหลินมู่จือหันไปมองทางฮูหยินของตนเอง ก่อนถามเสียงเย็นชา
“เจ้าเป็นผู้จัดแจงเรื่องงานแต่งของหยาเอ๋อร์ใช่หรือไม่?”
กว่าเขาจะได้รู้ข่าวการแต่งงานของหลินเมิ้งหยากับ