หลงเทียนอวี้ ทั้งคู่ก็แต่งงานอยู่กินกว่าครึ่งเดือนแล้ว
หากมิใช่เพราะตอนนั้นอยู่ในช่วงเวลาคับขัน เขาคงรีบกลับเมืองหลวงโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
แม้คุณหนูสกุลเยว่จะส่งข่าวมาบอกว่าหยาเอ๋อร์มีชีวิตผาสุก เขาไม่จำเป็นต้องกังวลสิ่งใด
แต่นั่นก็มิได้หมายความว่าเขาจะไม่เอาเรื่องซ่างกวนฉิงที่จัดการส่งลูกสาวสุดที่รักของเขาออกเรือนแต่งงาน
“ท่านพี่โปรดใจเย็นลงก่อน เรื่อง…เรื่องนี้ล้วนเป็นความเห็นชอบของฮองเฮา ข้าเป็นเพียงผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ฉะนั้นจึงมิอาจขัดขืนได้เจ้าค่ะ”
กล่าวกันว่าหยดน้ำตาคืออาวุธของผู้หญิง
แต่อีกฝ่ายควรจะเป็นผู้ชายที่รู้สึกเจ็บปวดใจเมื่อได้เห็นหยาดน้ำตา
ตลอดหลายปีมานี้ ไม่ว่าซ่างกวนฉิงทำผิดอะไร นางมักใช้น้ำตาเอาตัวรอดแทบทุกครั้ง
ฉะนั้นหลินมู่จือจึงรู้สึกรำคาญ
ยิ่งไปกว่านั้นนางไม่เคยสนใจใยดีความเป็นความตายของเสี่ยวหยาเลยแม้แต่น้อย
เรื่องบางเรื่องเขาก็มิอาจทำนิ่งเฉยได้อีกต่อไป
“ความเห็นชอบของฮองเฮาอย่างนั้นหรือ หากข้าจำไม่ผิด ฮองเฮาเป็นพี่สาวแท้ๆ ของเจ้ามิใช่หรืออย่างไร?”
ไม่ห้ามก็แปลว่าเห็นด้วย
หลินมู่จือเป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งเขตชายแดน ซ่างกวนฉิงไม่อาจโกหกหลอกลวงเขาได้
“ท่านพี่ ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าไม่อาจห้ามพี่สาวของตัวเองได้ ข้าเองก็ไม่อาจทำใจแยกจากจากเมิ้งหยาได้ ถึงอย่างไรข้าก็เป็นคนเลี้ยงดูนางเองกับมือ”
หยาดน้ำตาของซ่างกวนฉิงรินไหล หลินเมิ้งหยาแอบชื่นชมในใจ
ฮองเฮาก็ดี ซ่างก