้รอเพียงให้ท่านอ๋องและพระชายาไปไหว้บรรพบุรุษ จากนั้นค่อยจัดอะไรอีกเล็กน้อยที่จวนก็เป็นอันเสร็จ
“ไปเถิด วันนี้ข้าอารมณ์ดี พวกเราออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกกันดีกว่า”
ทุกคนรีบวางงานในมือลง ก่อนจะคล้องแขนหลินเมิ้งหยาออกจากจวน
“นายหญิง ป๋ายซ่าวไม่อยู่อีกแล้วหรือเจ้าคะ?”
ขณะที่ทุกคนไม่สังเกตเห็น ป๋ายจีแอบถามหลินเมิ้งหยา
หลินเมิ้งหยาเลิกคิ้วขึ้น กวาดสายตามองก่อนจะเอ่ย
“คงยุ่งเรื่องเตรียมงานนั่นแหละ งานของนางยุ่งมากเป็นพิเศษ”
อันที่จริง นางเองก็ไม่ได้เห็นหน้าป๋ายซ่าวมาหลายวันแล้ว
ดูเหมือนนางจะยุ่งมากจริงๆ
“อีกเดี๋ยวหากซื้ออะไรมาก็เก็บไว้ให้นางด้วยชุดหนึ่งแล้วกัน”
ป๋ายจีพยักหน้ารับอย่างลังเล แม้นายหญิงจะสั่งเช่นนี้แต่นางก็อดที่จะรู้สึกตะขิดตะขวงใจไม่ได้
หวังว่าป๋ายซ่าวจะไม่ทรยศหักหลังนายหญิง
ทั้งหมดพากันออกจากจวน เหตุเพราะใกล้ถึงวันงานเทศกาลแล้ว ดังนั้นของซื้อของขายบนถนนจึงมีค่อนข้างมาก
ภายในรถม้ากว้างขวางคันนี้มีเตาผิงอยู่ อากาศจึงอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง
มองดูด้านนอกผ่านหน้าต่าง นางยอมอยู่ในรถม้าเพราะไม่อยากลงไปเบียดเสียดกับคนด้านนอก
“พวกเจ้าลงไปกันเถิด ข้าขออ่านหนังสืออยู่ที่นี่ดีกว่า”
นับตั้งแต่วันที่ฤดูหนาวมาเยือน ร่างกายของนางอิดโรยมากขึ้นเรื่อยๆ
ทุกวันหากไม่นอนพักผ่อน ก็มักจะขดตัวอยู่ภายในห้อง เหตุเพราะอากาศหนาวเย็นที่ด้านนอก
ครุ่นคิด ชาติที่แล้วนางเกิดในเมืองทางตอนใต้
นางจึงยังไม่ชินกับสภาพอ