าจะต้องมีเหตุผล ข้าไม่ลงโทษเจ้าแน่นอน”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยออกมาด้วยความเข้าใจ แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ หัวใจของป๋ายจีก็ยิ่งหดหู่
สุดท้ายนางจึงยอมเอ่ยออกมา
“นายหญิง ข้าผิดเอง ข้าดูแลพวกนางทั้งสามไม่ดี หากท่านจะตีหรือจะด่า ได้โปรดลงโทษข้าเพียงคนเดียวเถิดเจ้าค่ะ”
“ตึง” ป๋ายจีคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมทั้งร้องไห้
“รีบลุกขึ้น ตกลงเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ แต่ต่อให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ตาม ข้าก็ยังรู้สึกดีกับพวกเจ้า ไม่มีทางด่าว่าหรือตบตีอย่างแน่นอน”
หลินเมิ้งหยาพยุงร่างป๋ายจี หากรู้ว่านางจะรู้สึกเสียใจเช่นนี้ นางคงไม่พูดเรื่องนี้ออกมา
ทว่าป๋ายจีกลับส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความเสียใจ
“ก่อนหน้านี้ ข้ากับป๋ายซ่าวผลัดเวรกันตอนกลางคืน มีอยู่วันหนึ่ง หลังจากที่นางกินอาหารเย็นเสร็จก็หายไป เมื่อถึงเวลาค่ำจึงกลับมา ข้าถามนางแต่นางบอกว่าเข้าไปอยู่ในโรงครัวกับพวกแม่ครัว ตอนแรกข้าไม่คิดสงสัย แต่ต่อมาข้าเพิ่งได้เห็นว่าที่ข้อมือของนางใส่กำไลหยก ข้ามั่นใจว่านางมิได้นำกำไลหยกเข้ามาในจวนด้วยอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น นายหญิงยังไม่เคยตบรางวัลให้แก่นาง”
หลินเมิ้งหยาถอนหายใจ นางคิดว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นเสียอีก
ที่แท้ก็แค่เรื่องกำไลหยกเท่านั้น
“เจ้าคิดมากไปหรือไม่ ป๋ายซ่าวดูแลการเงิน บางทีพวกคนรับใช้อาจซื้อให้นาง”
ทว่าป๋ายจีกลับส่ายหน้าระรัว
“ข้าลองถามนาง นางกลับอ้ำๆ อึ้งๆ ข้ารู้ได้ทันทีว่าจะต้องมีลับลมคมในบางอย่าง ต่อม