นบนใบหน้าของหยุนลั่ว บรรยากาศในตำหนักหยาเสวียนจึงอึมครึมขึ้นมา
หลินเมิ้งหยาพาสาวใช้ออกจากตำหนักหลิวซินเพื่อมุ่งหน้าไปยังตำหนักหยาเสวียน
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เจอเจียงหรูฉินระหว่างทาง
“โอ้ พี่สะใภ้นี่นา? สบายดีหรือไม่”
วันนี้เจียงหรูฉินมีท่าทางโอหังกว่าเดิมมาก
หลินเมิ้งหยาไม่สนใจนาง ทว่าท่าทางของนางทำให้หลินเมิ้งหยารู้สึกขวางหูขวางตาเหลือเกิน
“อืม สวัสดีน้องสะใภ้”
หากเป็นแต่ก่อน ประโยคนี้ของหลินเมิ้งหยาอาจทำให้เจียงหรูฉินระเบิดอารมณ์ได้
แต่คิดไม่ถึงเลยว่านางกลับหัวเราะเยือกเย็น ก่อนจะพาสาวใช้ของตนจากไป
“นายหญิง เหตุใดวันนี้นางจึงเรียบร้อยขึ้น?”
ป๋ายจื่อลูบคางของตนเอง ก่อนจะส่งเสียงเชิงดูถูก
“เช่นนั้นหรือ? ข้าว่านางผิดปกติมาก”
เท่าที่นางรู้จักศัตรูของนาง เจียงหรูฉินไม่มีทางสงบเสงี่ยมอย่างง่ายดายเช่นนี้
สายตาจับจ้องตามหลังเจียงหรูฉินที่เดินลับหายไป
แม่ไก่เรียนรู้ที่จะไม่โอ้อวดว่าตนเองเพิ่งออกไข่
ใครจะเชื่อเรื่องนี้กัน?
“เช่นนั้นพวกเรายังจะไปถวายคำนับที่ตำหนักหยาเสวียนหรือไม่เจ้าคะ?”
พูดตามความจริง ป๋ายจื่อยังมีความทรงจำดีๆ อยู่ภายในตำหนักหยาเสวียน
เหตุเพราะท่านน้าจิ่นเยว่เคยอบรมสั่งสอนพวกนางที่นั่น
สอนเรื่องมารยาทและการวางตัว
แม้ตอนนี้นางจะจากไปแล้ว แต่ผู้คนที่เคยใกล้ชิดกับนางยังคงจดจำนางไว้ในใจ
“ไป ต้องไปสิ”
หลินเมิ้งหยาเบือนสายตากลับ คนที่ไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ จะอดทนไปได้ส