หยุนลั่วเรียกเข้าไปแหวกผ้าม่านออก
สาวใช้ที่รออยู่แล้วรีบเข้าไปทำหน้าที่
หลินเมิ้งหยาลุกขึ้นจากเก้าอี้ จัดแต่งเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินเข้าไปหยุดยืนด้านหน้าประตูห้องของพระสนมเต๋อเฟย
เมื่อสาวใช้ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือในการบ้วนปากเดินออมา หลินเมิ้งหยาจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายใน
เมื่อเทียบกับเมื่อหลายวันก่อนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา ตอนนี้การได้มองหน้าผ่านฉากกั้นก็นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณแล้ว
มองทะลุม่านลูกปัดเข้าไป หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าพระสนมเต๋อเฟยดูแก่ขึ้นมาก สีหน้าขาวซีดกว่าก่อน
“หม่อมฉันขอถวายคำนับพระสนมเต๋อเฟย”
แม้จะอยู่คนละฝ่าย แต่ถึงอย่างไรก็ยังต้องแสดงความเคารพอย่างถูกต้องตามกฎระเบียบ
หลินเมิ้งหยาถวายคำนับอย่างถูกต้อง
“อืม ลุกขึ้นเถิด”
เสียงที่เปล่งออกมาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เจือปน
แม้แต่หลินเมิ้งหยาก็มิอาจรู้ได้ว่าพระสนมเต๋อเฟยกำลังคิดสิ่งใดอยู่
“เหตุเพราะเมื่อหลายวันก่อนหม่อมฉันมีอาการป่วย ดังนั้นจึงไม่ได้มาถวายคำนับ เหนียงเหนียงได้โปรดลงโทษด้วยเพคะ”
หลินเมิ้งหยาไม่ได้กล่าวถึงข้อสงสัยใดๆ
นางใช้ข้ออ้างเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของตนเอง
พระสนมเต๋อเฟยยกชาขึ้นจิบ
“ไม่เป็นไร พวกคนหนุ่มสาวก็เป็นเช่นนี้ ล้วนมีสิ่งที่ตนเองต้องทำกันทั้งนั้น เปิ่นกงแก่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาสนใจหรอก”
น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความเย็นชาและความห่างเหิน
หลินเมิ้งหยาแทบไม่อยากจะเชื่อ เมื่อก่อนพระสนมเต๋