นที่จริงเรื่องนี้ก็เป็นความผิดของนาง หากนางไม่พาหยุนจู๋ไปพบกับอาจารย์ เกรงว่าหยุนจู๋ก็คงไม่ตื่นตระหนกเช่นนี้
“เช่นนั้นเจ้าก็เป็นคนแก้พิษสิ ตาแก่นั่นเองก็บอกแล้วนี่ว่าเจ้าเองก็สามารถถอนพิษได้มิใช่หรือ?”
ชิงหูกลับไร้ความกังวล เขาเคยเห็นความสามารถของหลินเมิ้งหยามาก่อน
หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ บางทีคงทำได้แต่เพียงเท่านี้
“ท่านอ๋องเสด็จ…”
อยู่ๆ เสียงของพ่อบ้านเติ้งพลันดังขึ้น
สาวใช้ทั้งสี่ที่กำลังหยอกล้อเสี่ยวป๋ายและเสือน้อยอยู่รีบกรูกันเข้ามาล้อมตัวหลินเมิ้งหยาเอาไว้
“วันนี้ท่านอ๋องครึ้มอกครึ้มใจอันใดจึงเสด็จมาที่นี่ได้หรือเพคะ?”
หลังจากผ่านค่ำคืนนั้นมา หลินเมิ้งหยาพยายามรักษาระยะห่างกับหลงเทียนอวี้
มือของนางดีขึ้นมากแล้ว
ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องพันแผลอีกต่อไป
วันนี้อากาศค่อนข้างเย็น นางจึงสวมเสื้อคลุมสีแดง
ในฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศค่อนข้างคึกครื้นเป็นพิเศษ
ยิ่งได้เห็นใบหน้านวลดั่งหยก
เขารู้สึกว่าคนในตำหนักหลิวซินกำลังโกรธและกล่าวโทษเขาอยู่
แต่วันนี้เขาอยากพบนาง
เมื่อเดินมาถึงศาลาเล็ก ก็เห็นเป็นอ๋องอวี้ที่เคยมีร่างกายแข็งแรงดูซีดเซียวลงเล็กน้อย
หลินเมิ้งหยาแอบถอนถอนใจ แต่ถึงกระนั้นก็มิได้ไล่เขาออกไป
“พวกเจ้าออกไปก่อนเถิด เชิญนั่งเพคะ”
สาวใช้ทั้งสี่ไม่ยินยอม ทว่าหลังจากได้เห็นสายตาของหลินเมิ้งหยา พวกนางจึงยอมทำตามแต่โดยดี
“ชิงหู เจ้าเองก็ออกไปก่อน วางใจเถิด ไม่เป็