นไรหรอก”
ชิงหูพ่นลมหายใจพรืด สายตาเย็นยะเยือก
เขาเดินห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น แต่สายตายังคงจับจ้องคนในศาลาทั้งสอง
“ท่านอ๋องมาหาข้าด้วยเรื่องอันใดหรือเพคะ?”
มือสีขาวดั่งหิมะเทน้ำชาใส่ถ้วยสะอาด
แม้บาดแผลจะดีขึ้นแล้ว แต่ที่ฝ่ามือของนางยังคงปรากฏร่องรอยบาดแผลให้เห็น
“มือของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
ไม่รู้ว่าควรเริ่มพูดสิ่งใดก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่หลงเทียนอวี้ทำอะไรไม่ถูกต่อหน้าหญิงสาว
“ดีขึ้นมากแล้วเพคะ ท่านอาจารย์บอกว่าบาดแผลไม่ลึกถึงกระดูก”
บาดแผลอยู่ที่บริเวณฝ่ามือ ทุกครั้งที่นางกำมือเข้าหากัน มักจะรู้สึกเจ็บอยู่เล็กน้อย
จะมีผู้หญิงคนใดอยากมีรอยแผลเป็นกันเล่า?
“ข้า…หาของบางอย่างเจอที่ตำหนักของหมู่เฟย”
ราวกับว่าเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะเอ่ยออกมา
แววตาเผยให้เห็นความโศกเศร้า ไร้ซึ่งเงาของท่านอ๋องอวี้ผู้เย็นชา
“ข้าไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของหมู่เฟยหรือไม่”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หมู่เฟยได้ครอบครองตำแหน่งสำคัญ
หากมิใช่เพราะหมู่เฟยพยายามสุดชีวิตเพื่อปกป้องเขา บางทีอาจจะไม่มีเขาในวันนี้
แต่เพราะเหตุใด แม้แต่คนสำคัญที่สุดในชีวิตอย่างหมู่เฟยก็ยังลอบวางยาเขา?
“เสือย่อมไม่กินลูกของตนเอง”
หลินเมิ้งหยาจ้องมองสายตาของหลงเทียนอวี้ ก่อนที่นางจะเอ่ยประโยคซึ่งมอบความหวังแก่เขา
ดูเหมือนว่าแม้แต่หลงเทียนอวี้ก็ไม่อาจยอมรับความจริงได้
สำหรับเขา พระสนมเต๋อเฟยคือคนที่ผูกพันลึกซึ้งที่สุด
ดวงตาของหลงเทียนอวี้เป