มิ้งหยาเองก็มิใช่คนที่จะถูกใครแก้เผ็ดเอาได้ง่าย ๆครั้นรุ่งสาง ไท่จื่อมีรับสั่งให้เชิญเสด็จไปที่ตำหนักของฮองเฮาการตายของซิ่งเอ๋อร์เมื่อคืนทำให้พวกเขาคาดไม่ถึงไท่จื่อโกรธเกรี้ยวจนเกือบจะสั่งประหารทหารองครักษ์ทั้งหมดหากมิใช่เพราะคนสนิทของไท่จื่อห้ามเอาไว้ ป่านนี้เลือดคงไหลนองแผ่นดิน“เอ๋อร์เฉินถวายคำนับฮองเฮา”ไท่จื่อคุกเข่าค้อมตัวลง หน้าผากแนบจรดพื้นเพื่อแสดงความเคารพต่อมารดาทว่าดวงตาของฮองเฮากลับปรากฏร่องรอยแห่งความผิดหวังแต่ถึงกระนั้นสีหน้ากลับยังสง่างามดั่งเดิม“ลุกขึ้นเถิด ได้ยินมาว่าซิ่งเอ๋อร์ตายไปแล้ว”ไม่โกรธ ไม่ตำหนินางส่งเสียงเรียบประหนึ่งกำลังพูดเรื่องธรรมดาทว่าหัวใจของไท่จื่อกลับรู้สึกเสมือนกำลังดิ่งลงหุบเหวเขารู้จักนิสัยของมารดาตนเองดีหากนางระบายความโกรธออกมายังไม่เท่าไร แต่ถ้าหากสงบนิ่ง แสดงว่านางโกรธเกรี้ยวเข้าแล้วจริงๆดังนั้นเขาจึงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“เอ๋อร์เฉินไร้ประโยชน์จึงทำให้หมู่โฮ่วโฮ่วต้องผิดหวัง”“ใช่แล้ว เจ้ามันไร้ประโยชน์ แต่คนที่ไร้ประโยชน์ที่สุดคือคนที่เสนอความคิดเช่นนั้นให้กับเจ้า”คำพูดของฮองเฮาเย็นชาและทิ่มแทงใจแม้คนที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าจะเป็นลูกชายของตนเอง แต่ถึงกระนั้นนางกลับไม่รู้สึกสงสารเลยแม้แต่น้อยหากไท่จื่อไร้ความสามารถ เช่นนั้นองค์ชายคนอื่นคงมาแย่งตำแหน่งจากเขาไปนี่คือความจริงที่โหดร้าย“ฮองเฮาได้โปรดลงโทษกระหม่อมด้วย! เอ๋อร์เฉินคิดไม่รอบคอ