้งสติให้ดี ในเมื่อท่านอ๋องรับปากแล้ว เช่นนั้นพวกเราต้องตั้งสติ ป๋ายจี ป๋ายซ่าว ป๋ายซู เลิกร้องไห้ได้แล้ว”สาวใช้ทั้งสามพยักหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย โชคดีที่พวกนางซึมซับวิธีการวางตัวมาจากหลินเมิ้งหยา ดังนั้นสาวใช้ทั้งสี่นอกจากป๋ายจื่อ แล้ว จึงรู้วิธีควบคุมอารมณ์ของตนเอง“เช่นนั้นพวกเราไปทดสอบกันต่อเถิด”อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็พลันรู้สึกมีพลังอยู่เต็มเปี่ยม เมื่อมีหลงเทียนอวี้คอยคุ้มครอง นางจึงไม่รู้สึกกลัวอะไรทั้งสิ้น“เจ้าค่ะ”สาวใช้ทั้งสามขานรับพร้อมกัน ก่อนจะเดินออกไปด้านนอก“ข้าคิดว่าพวกเจ้าจะหนีไปแล้วเสียอีก”คิดไม่ถึงเลยว่าทันทีที่เดินออกมานอกประตู จะได้พบกับหมิงเยว่คราวนี้หากมิอาจเอาชีวิตของนางได้ หมิงเยว่คงมิอาจตายตาหลับ“ข้าหลินเมิ้งหยามิเคยคิดหนี พวกเราสกุลหลินไม่เคยรู้จักคำนั้น”หลินเมิ้งหยาหมุนตัวเผชิญหน้าหมิงเยว่โกรธจนหัวเราะออกมาราวกับว่ามั่นใจแล้วว่าหลินเมิ้งหยาไม่มีทางหนีรอด“อย่าปากแข็งไปเลยคุณหนูหลิน พ่อของเจ้าอยู่ที่แถบชายแดน อ้อ จริงซิ พี่ชายของเจ้ากำลังจะกลับเมืองหลวงแล้วนี่นา ชิชิ แม่ทัพที่อายุยังน้อยกลับต้องถูกน้องสาวทำให้อับอาย น่าเสียดายเหลือเกิน”หมิงเยว่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำร้ายกาจทว่าหลินเมิ้งหยากลับไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น เชื่อว่าหากต้องปะทะวาจากันแล้ว นางไม่เคยแพ้ใคร“พวกเราสกุลหลินมีความจงรักภักดี ไม่จำเป็นต้องได้รับคำตัดสินจากผู้อื่น แต่ว่า…สกุลหลินของข้ามีการสั่งสอนที่เข้มง