ืนยันคำเดิม ดังนั้นฮองเฮาจึงเรียกตัวเขาเข้าวังแต่เช้าอ้างว่าต้องการปรึกษาเรื่องเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ แต่ความจริงแล้วต้องการพูดโน้มน้าวให้เขารับหมิงเยว่มาเป็นชายาหลงเทียนอวี้ปฏิเสธโดยไม่ลังเล แต่กลับทำให้สีหน้าของไท่จื่อและฮองเฮาแสดงออกถึงความประหลาดใจ“อย่านำความรู้สึกมาตัดสินเลย ข้ารู้ว่าเจ้ากับชายาของเจ้ารักกันปาจจะกลืนกิน แต่หมิงเยว่เองก็หลงใหลในตัวเจ้ามาก”หากมิใช่เพราะหมิงเยว่ยืนกรานที่จะแต่งงานกับหลงเทียนอวี้ ไท่จื่อคิดอยากจะขอนางมาเป็นชายารองอีกคนการแต่งงาน สำหรับราชวงศ์แล้ว นับเป็นการสร้างความร่วมมือกันอย่างหนึ่งทว่า หลงเทียนอวี้กลับไม่คิดเลือกใช้วิธีนี้“ไท่จื่อโปรดวางพระทัย เฉินตี้จัดการเรื่องนี้เองได้”สายตาชำเลืองมองหญิงสาวร่างผอมบางในชุดสีม่วงอ่อนหัวใจสั่นไหว หลงเทียนอวี้จบบทสนทนาน่ารำคาญของไท่จื่อด้วยการสาวเท้ายาว ๆ ไปทางที่นั่งของแขกฝ่ายหญิงหมิงเยว่รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากหลายวันมานี้ เพื่อสร้างโอกาสให้กับนางและหลงเทียนอวี้ พระสนมเต๋อเฟยจึงมักตามตัวอ๋องอวี้ไปที่ตำหนักหยาเสวียนเพื่อสนทนากันบางทีรอยยิ้มอ่อนหวานของนางอาจจะตราตรึงอยู่ในหัวใจของหลงเทียนอวี้แล้วก็เป็นได้เมื่อเทียบกับชายาที่เอาแต่นอนรักษาตัวอยู่ในตำหนัก นอกจากพระสนมเต๋อเฟยจะรู้สึกไม่พึงพอใจ หลงเทียนอวี้เองก็น่าจะมองเห็นนางอยู่ในสายตาขึ้นมาบ้างแล้วหัวใจเปี่ยมไปด้วยความหวัง หวังเหลือเกินว่าหลงเทียนอวี้จะหยุดยืนต่อ